chapter 53 passion

posted on 08 May 2014 15:27 by theevilaspire in novel directory Fiction

“ส่งทองข้ามา” หญิงสาวในชุดขนสัตว์ตอบโต้ ขณะที่ชายหนุ่มในชุดขนสัตว์และฮูดอีกผู้หนึ่งรวบถุงหนังไว้ ดึงมันออกห่างจากมือเล็กๆ ของหญิงสาวและเทมันลงบนโต๊ะ ใกล้ที่เขานั่งอยู่

 “เจ้าจะตายในพายุ เจ้ากับสินค้าของเจ้า”

ภายใต้ฮูดมีดวงตาสีแดงวาวโรจน์

“เจ้าไม่เข้าใจ... ข้าต้องการเป็นเศรษฐี” หญิงสาวผู้มีแววตาสีเขียวฉายแววมุ่งมั่น เธอคือซีลีนผู้ดูแลของมารหนุ่มนั่นเอง

ซีลีนตอนนี้เป็นพ่อค้าใหญ่ เธออยู่ในร่างพ่อค้าตามมนตราของมารหนุ่มผู้เป็นนาย ตอนนี้ทั้งสองอยู่อย่างสุขสบายในตอนเหนือ ในบ้านขนาดไม่ใหญ่นัก

“นี่ไม่ใกล้กับความคิดเจ้าหรือไง เจ้ามีบ้านแบบมีเสาไม้กลางบ้าน แถมยังมีกิจการอีก ไม่นับลูกมือที่แผงค้าด้วย” มารหนุ่มท้วง ตอนนี้ซีลินมีแผงค้าในตลาด และรับทดสอบความบริสุทธิ์ของเหรียญเงิน นั่นทำให้เธอร่ำรวยอย่างมาก ไม่นับที่เธอรับแลกเหรียญเงินสกุลต่างๆ ตอบแทนด้วยค่าแลกเล็กๆ น้อยๆ

หญิงสาวเม้มปาก

“แต่ไม่นานคนที่นี่กำลังจะอดตาย ที่นี่ไม่มีองุ่นขายด้วยซ้ำ”

ซีลีนพูดพลางเดินกลับไปกลับมาอย่างร้อนรน

“แถวนี้มีผ้าไหมหลาเดียวก็เป็นคนรวยแล้ว” ซีลีนพูดประชด ยกไม้ยกมือประกอบ

“สัญญาของข้าคือทำให้เจ้ามีชีวิตรอด” มารหนุ่มพูด แต่ก่อนเอ่ยคำหญิงสาวก็พูดแทรก

“อย่างเป็นเศรษฐี” ซีลีนต่อความ นั่นทำเอามารหนุ่มถอนใจ

“จะยากทำไม พาข้าไปที่ปราสาทสักแห่ง แล้วพริบตาเจ้าจะเป็นเจ้าของปราสาท เป็นเจ้าหญิงอาณาจักรสักแห่งที่ไม่มีปีศาจคุม หรือถ้ามีข้าจะบั่นคอมันให้เจ้าก็ได้”

“นั่นไม่ใช่ความสามารถของข้า ข้าไม่ต้องการความสำเร็จจากพลังลวงตาของเจ้า แบบนั้น มันไม่ยุติธรรม”

คำนั้นเรียกรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะเบาๆ ของมารหนุ่ม

“ขำอะไร” ซีลีนถามมารหนุ่มด้วยน้ำเสียงเอาเรื่อง

“แม่ค้าพูดคำว่ายุติธรรม เจ้าควรจะเป็นนักเล่านิทานนะ ขอบอกเลยว่านี่เป็นมุขตลกที่เฉียบขาดที่สุดที่ข้าได้ยินมาในรอบร้อยปีเลย” มารหนุ่มกล่าว

ซีลีนได้แต่ขมวดคิ้ว

“รอพายุซาลง ข้าจะหาเรือให้เจ้า... และพาเจ้าไป ตกลงตามนี้ เจ้าจะได้กำไร อย่าลืมเจ้าไปไหนไม่ได้ถ้าไม่มีข้า และข้ายืนกรานให้เจ้าอยู่ที่เมืองนี้ก่อนสักพัก” มารหนุ่มพูดอย่างจริงจังอีกครั้ง

“ข้าน่าจะสวมตรวน แล้วยืนสายจูงให้ท่าน ท่านคงพอใจ” ซีลีนพูดพลางทิ้งตัวลงบนตักของมารหนุ่ม และหันกลับมาค้อนให้กับนายของตน

“เจ้าเป็นลาหรือไง” มารหนุ่มกล่าวพลางสวมกอดเธอไว้จากด้านหลังอย่างเบามือ และขยี้ผมหญิงสาวเล่นเหมือนกับเธอเป็นเด็กๆ

“ข้ามันเป็นลาโง่ไงถึงเชื่อท่าน ถ้าข้านำสินค้าไปด้วยเรือ พวกมันจะซื้อปราสาทให้ข้าได้ด้วยซ้ำ ตอนนั้นเจ้าอยากได้นำหมึก หรือ เทียนไขข้าก็ซื้อให้” ซีลีนพูดพลางอิงตัวของเธอชิดขึ้นอีกหน่อย

“ถ้ามันง่าย ใครๆ ก็คงทำหมดแล้วสิ เหมือนข้าบอกว่าถ้าเจ้าบินได้ ทุกคนคงโยนทองให้กับเจ้า แต่เจ้าบินไม่ได้ถูกไหม มีแต่เพื่อนๆ ข้าถึงจะบินได้” มารหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงเหมือนเล่านิทานให้กับเด็กๆ ฟัง

“แต่ข้ามีปีศาจ ท่านรับมือกับพายุได้แน่ เรื่องนั้นข้ารู้ดี” ซีลีนพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน และหันหน้ากลับมาเผชิญกับมารหนุ่ม เธอหมุนตัวเข้าครอบครองร่างแข็งแรงไว้

          “พาข้าข้ามไป ข้าจะขายสัตว์ทั้งหมดก็ได้ เอาไปแค่เนื้อเค็มและก็เหล้า เครื่องเทศกับเกลืออีกนิดหน่อย อาจจะมีใบชาสักเล็กน้อย”

  “อันที่จริง ข้าสามารถพาเจ้าไปอีกฟากหนึ่งของโลกก็ได้ แต่มันเสี่ยงมาก เจ้าอาจจะไปโผล่กลางสมุทร และสัมภาระทั้งหมดจมน้ำ” มารหนุ่มอธิบายให้แม่ค้าหัวใสตรงหน้าฟัง

           สิ่งที่ซีลีนเล็งไว้คือการเดินทางข้ามทะเลเปิด แทนเส้นทางเก่า เพื่อค้าขายกับตะวันตก ด้วยเรือสินค้า ซึ่งถ้าหากมารหนุ่มนั่งไปด้วยก็สามารถจัดการได้สบาย เรือสินค้าที่เต็มไปด้วยเครื่องเทศของเธอคงมีค่าเหมือนดั่งทองคำ

       ซีลีนทำท่าผิดหวังเล็กน้อย เธอหันกลับไปอีกด้านทันทีและเอนกายราวกับนั่งบนเก้าอี้นวม

       “ข้าบอกตามตรงใครก็ตามที่อยากเดินทางกับเจ้าด้วยพลังวิเศษนั่นอีกเป็นครั้งที่สอง คงบ้ามาก อย่างน้อยก็มากกว่าข้า” ซีลีนตอบ ก่อนหน้านี้เธอเคยได้เดินทางครั้งหนึ่งด้วยอำนาจของม้วนสัญญา และนั่นทำเอาเธอคิดว่าเธอจะอาเจียนเสียจนหมดไส้หมดพุง แต่ก็ยังดีกว่าโดนเผาทั้งเป็นโดยพวกคลั่งศาสนา ที่หาว่ามารหนุ่มสอนสิ่งนอกรีตให้กับเด็กๆ

        “คืนนี้ท่านต้องเข้านอนเร็วด้วย อย่ามัวจ้องมองแผ่นแก้วนั่นจนเกือบสว่างเหมือนที่ทำประจำก็แล้วกัน” หญิงสาวกล่าวด้วยท่าทีเห็นได้ชัดว่าไม่ชอบใจนักที่แผนการทางลัดสู่ความร่ำรวยของเธอต้องล้มเหลว

        “ตามประสงค์ท่านหญิง” มารหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงล้อเลียน พลางกอดหญิงสาวให้แน่นขึ้น

 

              แสงจันทร์ลอดกระจกบานใหญ่ กระทบร่างขาวนวลของหญิงสาวบนเตียงขนาดใหญ่

              เรย์พลิกตัวและลืมเปลือกตาขึ้นอย่างยากเย็น เธอมองดูมารหนุ่มที่หลับสนิทและใช้แขนแข็งแรงของเขาให้เธอหนุนไว้เมื่อครู่ หญิงสาวตื่นขึ้นจากเสียงของนกฮูกที่ร้องเรียก ด้านนอกมีนกกลางคืนหลายสายพันธุ์ แอบซ่อนอยู่นิ่ง แต่เรย์เริ่มสังเกตเห็นพวกเขาง่ายขึ้นหลังมาอยู่ที่นี่กับมารหนุ่มไม่นาน

              เธอห่อร่างเปลือยเปล่าด้วยผ้าห่มสีขาว ดึงลงจากเตียงไปคว้าผ้าคลุมมาสวมทับตัวเองไว้ เธอนึกอยากสัมผัสลมเย็นๆ ด้านนอกขึ้นมาเสียอย่างนั้น

              ระเบียงขนาดใหญ่ ออกไปเพียงกระจกกั้น ห้องของมารหนุ่มนอกจากเลือกที่หรูหราและมีระบบ wifi ที่ดีแล้ว ส่วนมากจะมีระเบียงขนาดใหญ่ เพราะเขาใช้เวลาช่วงกลางวันโรยอาหารให้นก สลับกับมองดูรหัสแปลกๆ จากม้วนสัญญา และอ่านข่าวเศรษฐกิจ

           ปีศาจสมาคมพ่อค้าตายไปมาก เหล่าปีศาจอื่นๆ หวาดกลัวจะจับกลุ่มกันอีก ยิ่งไม่มีกรีนแล้ว ปีศาจอื่นใดแทบไม่จัดงานเลี้ยงเลย แถมปีกแห่งนักเดินทางก็ประกาศว่า เนื่องจากผู้สมัครจำนวนมากถูกฆ่าทำให้ต้องเลือกตั้งกันใหม่

          มารหนุ่มแสดงจำนงเลือกตนเองเช่นเดิม ในคราวนี้พวกปีกแห่งนักเดินทางแม้เย็นชาแต่ก็ฉายแววสั่นคลอน ถ้าหากพลังของปีศาจอาวุโสไม่ถูกส่งถ่ายโดยเร็ว โลกก็อาจจะเกิดสิ่งที่เป็นหายนะได้อีกมาก ยิ่งตอนนี้ยิ่งก่อปัญหารัฐชาติหลายแห่งเกิดจลาจล และสงครามกลางเมือง

          เรย์คิดไปเรื่อยเปื่อย เธอหยิบสมุดเล็กๆ ของตนมาจดบันทึกและวาดเรื่องราวประกอบ บางทีฉันควรเขียนเรื่องของตัวเอง คงเป็นนิยายที่ได้รับเสียงวิจารณ์ถึงความเพี้ยนเป็นแน่ คนอ่านคงพร้อมใจกันจับเธอส่งโรงพยาบาลบ้า เรย์คิด พลางนึกถึงตอนที่ติดอยู่ที่ห้องขังของพวก N.W.O.

          เวลานั้นเธอเกือบคิดแล้วว่าทุกสิ่งเป็นเรื่องไม่จริง แต่พอมองย้อนไปชีวิตเธอต่างหากที่ไร้เหตุผล ที่นี่ต่างหากคือที่ของเธอ

         เธอมองดูรอยตรามารที่ข้อมือ ตอนนี้แขนเธอขาวซีดขึ้นจนเห็นได้ชัด มันดูไม่เหมือนมนุษย์เข้าไปทุกที ในยามเธอส่องกระจก เธอเห็นตัวเธอที่สมส่วน มารหนุ่มบอกว่ามันคือการเปลี่ยนผ่าน จากมนุษย์ธรรมดาสู่การเป็นผู้ดูแลปีศาจ เธอเป็นมนุษย์ แต่จะมีชีวิตยืนยาว
       เขาเล่าให้เธอฟังว่าเขาฝังศพผู้ดูแลทุกคน และนั่นนำความเจ็บปวดเดียวที่เขารู้จักมาให้เขา เขาจึงเลิกมีผู้ดูแลอีก แต่ก็น่าแปลกที่เขาเลือกเธอ มารหนุ่มแท้จริงเป็นคนขี้อาย เขามีเสน่ห์ในภาพลวงตาและภาพจริงสำหรับเรย์ แต่ตัวเขาเองกลับคิดว่าเป็นเพราะภาวะของเลือดมารที่ไหลเวียนอยู่ในกายเขา

       “ข้างนอกอากาศเย็น ประเดี๋ยวจะป่วยเอานะ” มารหนุ่มพูดขึ้น เขาเดินมาใกล้หญิงสาวที่ยืนรับลมอยู่ริมระเบียง

       “ผู้ดูแลป่วยได้ด้วยเหรอ” เรย์พูดพลางหันไปมอง

        “ยากหน่อย แต่ก็ใช่ว่าจะไม่ได้” มารหนุ่มกล่าว

        “ผิวฉันจะขาวเท่าคุณเลยไหม” เรย์พูดชวนคุย

ถ้าหากไม่ชวนคุย มารหนุ่มมักไม่พูดอะไร เธอชินแล้วกับการเปิดการสนทนาเอง

        “แค่ใกล้เคียง แต่ดวงตาไม่สีแดงเหมือนผมแน่ เสียแต่ถ้ามองจากภาพลวงภายนอก คุณจะผิวสีน้ำผึ้ง” มารหนุ่มเอ่ย “อยากอยู่ในรูปลักษณ์แบบไหนก็บอกได้”

         “ไหนคุณเคยบอกว่าการเป็นตัวเองดีที่สุด”

         “ใช่... แค่ตอนนี้เราหนีการตามล่าของปีศาจหลายกลุ่ม” มารหนุ่มกล่าวเสียงเรียบเฉย

         “ผมไม่เคยทำความฝันของผู้ดูแลคนไหนไม่สำเร็จ”

          เขาพูดก่อนเงียบไป

          เรย์บีบสมุดจดในมือ

          ในหัวของมารหนุ่มคงคิดอย่างเดียว คือทำให้เธอได้ใช้ชีวิตปกติ เรย์ตระหนักได้แล้วว่าการทำแบบนี้ไม่เกิดประโยชน์ เธอเองเริ่มเข้าใจบางอย่างได้บ้างแล้ว

           “ฉันเปลี่ยนความฝันของฉันได้เสมอใช่ไหม”

             “ได้” มารหนุ่มตอบสั้นๆ “มนุษย์มีความต้องการได้มากมายเสมอ”

              เรย์สูดหายใจลึกๆ เหมือนเด็กๆ ที่กำลังจะขึ้นพูดหน้าชั้นเรียน            

             “งั้นฉันเปลี่ยนใจแล้ว ฉันอยากอยู่กับคุณแบบนี้ แค่คุณต้องทำลายแผนของพวกพีระมิดหัวกลับที่จะทำลายล้างมนุษยชาติต่อไป”

               “นั่นไม่ใช่ทางเลือกที่ฉลาดนัก” มารหนุ่มกล่าว “แต่ถ้านั่นเป็นคำขอร้องของคุณ”

                “ใช่ ฉันขอร้อง เจ้านาย” เรย์ตอบพลางเดินไปใกล้มารหนุ่มอีกครั้งและดึงมือของเขามาแนบไว้กับอกด้วยสองมือเล็กๆ ของเธอเอง

                 “ตามประสงค์ท่านหญิง” มารหนุ่มพูดจบและยิ้มน้อยๆ ให้กับเธอและดึงเธอเข้าสู่อ้อมแขนของเขาอีกครา

          ชายชราในสูทสีน้ำตาล เดินไปเรื่อยๆ บนพื้นหินอ่อน สู่ห้องที่มีเพดานเป็นโดมกระจกขนาดใหญ่ภายในอาคารที่มีเสากรีก รายล้อมอยู่รอบ ประดับตกแต่งอย่างเรียบง่าย

          ใต้พื้นมีลายที่ทำจากทองคำแท้ เทลงฝังในเนื้อหินอ่อน เป็นลวดลายวงกลมหลายวงซ้อนกัน และอักขระโบราณมากมายซ้อนทับกันไปมา ส่วนกลางห้องถูกตกแต่งด้วยฐานไม้สีดำอย่างประณีต วางเครื่องจักรที่ถูกออกแบบอย่างวิจิตรซับซ้อน ด้วยวัสดุราวกับเฟืองนาฬิกาขนาดยักษ์ ผสมกับโลหะและหลอดแก้วรูปทรงต่างๆ ตามด้วยท่ออ่อนใสบรรจุของเหลวสีแดงสดขนาดใหญ่เดินสายท่อพาดไปมา

           ราวกับเป็นหัวใจจักรกลขนาดยักษ์

          ชายชราขยับแว่นตา ขณะหันมองดูเด็กสาวในชุดเปิดไหล่ที่ดูไม่เข้ากับวัยเธอนัก

           “เทสล่า เจ้าคิดว่าเครื่องของนังเด็กไอริสนี่จะใช้ได้ผลแน่เหรอ”

            ปีศาจเฒ่าใช้แววตาสีเทามองกลับมายังผู้เอ่ยถาม

            “ได้แน่นอน แพนซี่ ทุกอย่างเป็นไปตามที่สมการที่วางไว้”

             “ขาดแต่เครื่องสังเวย กับม้วนสัญญา” แพนซี่ต่อคำ

             “อันที่จริง...” ปีศาจผู้มีดวงตาสีเทาเว้นช่วง...

             ก่อนที่จะหยิบหนังสือเล่มหนาเล่มหนึ่งขึ้นวางบนแท่นใกล้ๆ เครื่องจักร ฉับพลันหนังสือนั้นก็ค่อยๆ บางลงและกลายเป็นแผ่นแก้วสีแดงอ่อนเบาบาง

               “ขาดแต่เครื่องสังเวยมากกว่า”

               “อะไรกัน ม้วนสัญญานั่น เจ้าเอามาจากไหน” แพนซี่โพล่งขึ้นทันทีที่มองเห็น แววตาฉาบฉายไปด้วยความปรารถนาจะสัมผัสมันสักครั้ง

                 “ปีศาจแต่หนแรกไม่ได้เลือกสหายผู้ไร้นามของข้าเพียงตนเดียวให้ครอบครองพลังนี้ ยังมีปีศาจอีกสองตนที่ได้รับ” เทสล่าพูดก่อนจะเงียบลงเพราะเหมือนว่าตนพูดมากไปแล้ว

                  “เจ้าเป็นหนึ่งในนั้นงั้นเหรอ”

                   “เปล่า” เทสล่าพูดจบก็เดินออกไปจากห้องโดยไม่ได้หันกลับมามองหรือพูดอะไร ทิ้งให้แพนซี่มองดูม้วนสัญญาในรูปลักษณ์ของแผ่นแก้วสีแดงค่อยๆ กลืนหายเข้าไปในเครื่องจักรกลตรงกลางห้อง

              มันหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน ขณะที่ฟันเฟืองทั้งหลายจะค่อยๆ เคลื่อนที่ไปราวกับมีชีวิต

                   “เจ้าไว้ใจมันได้จริงเหรอ” เสียงๆ หนึ่งก้องขึ้นในห้อง แพนซี่หรี่ดวงตาลง

                    “ไม่ได้... แต่เราไม่มีทางเลือก” แพนซี่ตอบกลับเสียงที่กังวานนั้นด้วยเสียงกระซิบ

                    “งั้นตัวเจ้าล่ะ ไว้ใจได้ไหม” เสียงนั้นกล่าวถามอีกครั้ง

                     “ไม่ได้... แต่เจ้าไม่มีทางเลือก...” แพนซี่ตอบและพรายยิ้ม ขณะเดินกรีดกรายออกไปจากห้องโถงนั้น           

       

 

Comment

Comment:

Tweet

อัขระ ตก ก อักขระ
บทนี้ชั้นเชิงการสนทนาดีมากเลยอ่ะ big smile ตั้งแต่อดีตมาจนปัจจุบัน   เรย์กลายเป็นของมารหนุ่มเต็มตัวแล้วสินะconfused smile
อยากรู้ว่าพาร์ทอดีตของผู้ดูแลแต่ละคนส่งผลอะไรต่อเนื้อเรื่องปัจจุบันรึเปล่า  แล้วพระเอกกับปีศาจตนอื่นไปได้ม้วนสัญญามาได้ยังไงembarrassed

#3 By ลอยลมเล่น on 2014-05-28 16:55

ผมไม่ได้เข้า exteen มาพักใหญ่ ๆ เลยครับ (เพิ่งกลับมาช่วงนี้ กลับมาแบบจริงจังด้วยหละ) มาถึงตอนที่ 53 แล้วเรอะ !!

#2 By L.Statagem on 2014-05-22 03:18

Hot! Hot! Hot!

#1 By The Dream will not Die on 2014-05-09 11:55