chapter 52 สมาคมปีศาจ

posted on 12 Apr 2014 00:43 by theevilaspire in novel directory Fiction
ไหดองกระจายยยยย

สงสัยต้องตามผู้คนที่เคยอ่านมารวมตัวกันแร้ว เมี๊ยว
 

เรย์ยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ ในชุดราตรีเกาะอกเปิดหลังสีดำ ตัดกับผิวขาวผ่องราวไข่มุกของเธอ แปลกหน่อยที่วันนี้หญิงสาวสวมแว่นสายตากรอบเปลือยขาแว่นสีเงินเป็นมันเงา

 

เธอเขินตัวเองเล็กๆ เมื่อมองดูใบหน้าตนเองในกระจก และเรือนผมที่เริ่มยาวขึ้น ขณะอสูรรับใช้ในร่างของสาวเมดกำลังหวีผมให้กับเธอ อสูรตนนี้ดูสวยงามราวเทพธิดา หากแต่ผิวเหมือนตุ๊กตาดินเผาเคลือบสี ทั้งหมดเสกขึ้นโดยมารหนุ่มให้คอยรับใช้เธอ

              เมดอสูรตนหนึ่งเดินนำหีบกำมะหยี่สีแดงสามอันมา วางโต๊ะใกล้ตัว นางเปิดสลักเผยให้เห็นเครื่องเพชร เข้าชุดกัน เป็นเครื่องประดับรูปนางแอ่นคู่ทำจากเงิน ล้อมเพชรเม็ดใหญ่สีสวยออกน้ำเงินเลื่อม หนึ่งในเมดนั้นละมือมาติดเครื่องรัดผมสีเงินรูปหงส์ที่กำลังโผบินและสัญลักษณ์ผู้ดูแลกลัดยังไปบนเสื้อ และบรรจงสวมเครื่องประดับทั้งหมดเข้ากับหญิงสาว

             เมดอสูรทำท่าเหมือนจะพูดชมเธอแต่ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา ไม่นานทั้งสองร่างก็ค่อยๆ ร้าวและแตกออกเป็นเสี่ยงๆ นั่นทำเอาเรย์ตกใจเล็กน้อย แม้จะรู้ว่าเมื่องานสำเร็จเหล่าอสูรจะสลายไปเอง เธอเห็นสิ่งนี้นับครั้งไม่ถ้วนแต่ก็ยังไม่ชินอยู่ดี

 

                มารหนุ่มรอเธออยู่ห้องโถงด้านล่าง ในชุดสูทสีดำเช่นเคย งานเลี้ยงนี้จัดขึ้นสำหรับต้อนรับปีศาจที่จะเข้ารับตำแหน่งปีศาจอาวุโส โดยงานนี้มีปีศาจมากมายมาร่วมงาน แม้แต่ปีศาจที่สันโดษเพียงใด มารหนุ่มจึงกลัวว่าเรย์จะเป็นลมไปเสียก่อนเมื่อเจอร่างจริงของปีศาจมากมายเขาจึงสั่งประดิษฐ์แว่นตาให้เรย์สวมแว่นตาเพื่อลบพลังของเธอชั่วคราว

 

                เสมือนหนึ่งเสแสร้งว่าเธอมองไม่เห็นว่าพวกเขามีรูปร่างเช่นไร

 

                  “คืนนี้คุณสวยมาก” มารหนุ่มกล่าวชมเธอและเอียงแขนให้เธอควง เรย์เก้อเขินเล็กๆ แต่ก็ทำตาม

                   “ต้องทักใครเป็นพิเศษไหมคะ” เรย์กระซิบกระซาบกับมารหนุ่ม ราวกับเป็นลูกสาวที่พ่อพามางานเลี้ยงครั้งแรก

                “พยายามอย่าถูกฆ่าก็พอ อย่าจ้องมองใครนาน แว่นตาที่สั่งให้เคล้าช์ประดิษฐ์ให้ช่วยได้ไหม” มารหนุ่มพูดกระซิบกับเรย์บ้าง

                 “ขอบอกว่าไม่ช่วยสักนิด แค่ฉายร่างตอนที่เป็นมนุษย์ให้ดูประกอบเท่านั้น ดีหน่อยมีชื่อด้วย”

                  มารหนุ่มถอนใจเบาๆ เคล้าช์ฟังที่เขาอธิบายไม่เคลียรหรือพยายามล้อเล่นกับเขาหรือไง แต่ก็ยังดีที่เรย์ไม่มีกลิ่นเหงื่อปนเปมากับน้ำหอมกุหลาบจนเหล่าปีศาจสังเกตได้ว่าเธอกลัว

                   “ยินดีด้วย ท่านปีศาจอาวุโสตนใหม่” ปีศาจที่ร่างกายเต็มไปด้วยขนราวกับเป็นหมีแต่มีดวงตาสีดำเหมือนผึ้งและมือคล้ายกิ่งไม้สีดำพูดและโค้งคำนับมารหนุ่มอย่างนอบน้อม

                  “ผลเป็นทางการยังไม่ออก เจ้าอย่าพึ่งรีบร้อนเลย ริดโทเฟ่น” มารหนุ่มตอบ พลางเห็นเรย์ที่เผลอจ้องมองเครื่องดื่มในแก้วไวน์ของริดโทเฟ่นที่เป็นก้อนเหลวสีเหลืองคล้ายสมองมนุษย์

                 “นี่คงเป็นสัจจะเนตรที่เขาเลื่องลือ” ริดโทเฟ่นกล่าวทักทาย เรย์เองก็ทำได้แต่ยืนนิ่ง

“หวาดกลัวร่างข้าไหม”

                   “ไม่... ท่านสง่างามมากกว่าร่างที่เป็นอยู่” เรย์พูดตามบทที่ซักซ้อมกับมารหนุ่ม ริดโทเฟ่นเลยยิ้มเหี้ยมเกรียมเห็นฟันเป็นแผงแหลมคมราวกับทิวหนาม

                 “ไม่ได้เห็นกับตา ได้ยินกับหูคงไม่เชื่อ เห็นว่าพลังอำพรางทุกชนิดก็ไม่เป็นผล ขนาดข้าอยู่มานับพันปียังไม่เคยเจอ” ปีศาจที่มีดวงตาสีดำเหมือนแมลงจ้องมองเรย์อีกครั้งด้วยดวงตาใหญ่โต

                  “ขอบคุณ ถ้าหากข้าได้อำนาจปีศาจอาวุโส ข้าจะไม่ลืมใช้งานเจ้า” มารหนุ่มพูด นั่นทำให้ ริดโทเฟ่นโค้งและเดินจากไป

 

            เรย์ถอนหายใจยาว ทำทีจะหยิบน้ำมาแก้กระหาย แต่เธอก็ผงะเมื่อมองไปที่อสูรบริกรหญิงในร่างเกือบเปลือย สวมเพียงปลอกคอ ผ้ากันเปื้อน และรองเท้าส้นสูง ด้านหลังมีแผลยาวที่มีปมโปนออกมาราวกับผลึกน้ำแข็งที่มีบางอย่างไหลเวียนอยู่ด้านใน

           “ขอบอกว่ายากกว่าที่นึกไว้เยอะ” เรย์พูดพลางดื่มน้ำเข้าอึกใหญ่ มองดูเห็นปีศาจหลายตนทำท่าทีเหมือนประหนึ่งจะฆ่าเธอ

            “ปีศาจที่นี่หลายตนไม่อยากให้มีมนุษย์ที่มองเห็นร่างจริงแบบเธออยู่หรอก” มารหนุ่มพูด “มันเหมือนถูกแฉความลับ”

            “นั่นคำปลอบใจคุณใช่ไหมคะ...ขอบอกว่าพรสวรรค์ด้านปลอบใจคุณแย่มาก” เรย์ตอบขณะหันมอง มันไม่ต่างจากงานเลี้ยงฮาโลวีนสำหรับเธอ ยิ่งปีศาจหลายตนเป็นพวกที่ไม่มีผิวหนัง หรือไม่มีกะโหลก ยิ่งดูบิดเบี้ยวไปใหญ่ และหลายตนมีดวงตาหลายแห่งจนน่ากลัว

 

          น่าแปลก ที่มารหนุ่มเองหรือเทสล่าดูเป็นปีศาจที่สง่างามและรูปกายน่ามอง เช่นเดียวกับกรีนปีศาจอาวุโสที่เธอเคยพบ แต่นอกนั้นหลายตนแทบมองตรงๆ ไม่ได้ และน่าขบขันกว่าที่หลายตนร่างฉุ แต่กลับอาศัยในรูปลักษณ์ที่เพรียวบาง อย่างที่สังคมอุปโลกน์ว่าดูดี

         แต่สิ่งประดิษฐ์ของเคล้าช์ก็ไม่ไร้ประโยชน์เสียทีเดียว มันทำให้รู้ว่ามีใครบ้าง ทั้งดารา นางแบบ นักการเมือง เหล่าคนชั้นสูงของสังคมอัดแน่น

 

            “ถ้าไม่ปรากฏตัวที่นี่ จะถือว่าสละสิทธิ์การเป็นปีศาจอาวุโส” มารหนุ่มอธิบายกับเรย์ “มันเป็นธรรมเนียมมาเป็นหมื่นปีแล้ว บางตนถูกฆ่าระหว่างมางาน บ้างก็ถูกล้อมด้วยอสูรให้ล่าช้า จนกระทั่งศตวรรษที่ 14 ถึงระบุว่ามาหรือไม่มางานก็ได้ถ้ามีข้ออ้างอันสมควร” มารหนุ่มพูดอธิบายเสริม

            ภายในงานมีเหล่าปีศาจที่เสนอตัวเข้าชิงกับมารหนุ่มมากมาย หลายตนรายล้อมไปด้วยปีศาจที่ทำทีนอบน้อม แต่เอาจริงก็แค่หลอกใช้กันไปมาเท่านั้น หลายตนควงมนุษย์ผู้ดูแลมาด้วย เรย์พยายามสังเกตที่ข้อมือของพวกเขาและเธอแต่ก็ไม่มีรอยแบบที่เธอมี

            “ว่าแต่คฤหาสน์นี้เป็นของใครเหรอคะ” เรย์ถามเพราะตอนมาที่นี่ด้วยเครื่องบินส่วนตัว มองเห็นความใหญ่โตได้ดี

            “ที่นี่เป็นของสมาคมเถาองุ่น เหล่าปีศาจที่ครอบครองตระกูลพ่อค้าเก่าแก่และธนาคารทั้งหมดบนโลก ที่นี่บริกรอสูรจะไม่สลายไปเพราะมีหน้าที่เฝ้าคุมและรับใช้ปีศาจและผู้ดูแลทุกคนอย่างไม่เลือกปฏิบัติไปตลอดกาล ปีศาจที่เนรมิตพวกนี้คือปีศาจสมาคมพ่อค้ากลุ่มแรก ด้วยพลังรุนแรงที่ฝังในปราสาทนี้ ปีศาจทุกตนจะไม่สามารถฆ่ากันได้ ในปราสาทนี้ สมัยก่อนใช้ค้าขายทำสัญญา แต่ตอนนี้ปรับปรุงใหม่เกือบหมดแล้ว” มารหนุ่มร่ายยาวอธิบายสถานที่ เพื่อลดความกังวล

 

            เหมือนปีศาจหลายตนรับรู้ถึงความรู้สึกของเรย์ พวกที่อยากสวามิภักดิ์กับมารหนุ่มทำทีแค่มาโค้งให้กับมารหนุ่มบ้างเท่านั้น บางตนไม่น่ากลัวมากก็เข้ามาพูดคุย แต่เรย์ก็เห็นสีหน้าท่าทีรู้ดีว่าพวกมันไม่จริงใจนัก สีหน้าของปีศาจไม่เคยซ่อน คงเพราะพวกเขาเคยชินกับการมีพลังลวงตาพรางอยู่นับพันปีหมื่นปี จึงไม่ต้องเสแสร้งในสีหน้าแววตา

            การมองเห็นปีศาจของเรย์ทำให้เห็นรูปแบบความคิดพวกเขาไปด้วย ปีศาจที่ไม่ชอบเรย์จะจ้องมองด้วยท่วงท่าราวกับเสือจะขย้ำเหยื่อ ในเวลาเดียวกันมารหนุ่มจะเห็นแต่เพียงรอยยิ้มจอมปลอมชื่นชมยินดีของพวกปีศาจในร่างปลอมแทน

          “พวกอยากฆ่าฉันทำไมเยอะจัง” เรย์กระซิบกับมารหนุ่มใกล้หูขณะเขาเอียงตัวฟัง

          “ตนไหนบ้าง” มารหนุ่มพูดถาม “ใช่พวกด้านซ้ายมือไหม พวกนั้นอยากฆ่าผมต่างหาก”

          “ปีศาจกว่าหนึ่งในสามอยากฆ่าฉันชัดๆ คุณคงไม่เห็นเหมือนฉัน บางตนกางกรงเล็บแล้วด้วยซ้ำ” เรย์พูดขณะเบียดชิดมารหนุ่มโดยไม่รู้ตัว

           “พวกมันทำอะไรไม่ได้หรอก ที่นี่ถูกสาปให้ไม่ว่าปีศาจตนใดก็ฆ่ากันไม่ได้ มันคงไม่เสี่ยงถ้ารอดไปผมก็อาจจะฆ่าพวกมันได้ง่ายกว่าด้วยพลังจากม้วนสัญญา”

           ผู้ทรงอำนาจและปัญญามากมายรวมตัวกันขนาดนี้ ทว่าไร้วี่แววของเทสล่า ปีศาจผู้มีแววตาสีเทาหายไปจากงานเช่นนี้หลายปีแล้ว มารหนุ่มลงนั่งในสถานที่จัดไว้ เพื่อรอให้ปีศาจของสมาคมพ่อค้าเจ้าบ้านมาต้อนรับ

          งานต้อนรับเต็มไปด้วยเหล่านักเต้นรำ และดนตรีขับกล่อมเนิบนาบ ตามแบบฉบับของเหล่าผู้ดีสมัยโบราณ ปีศาจไม่ได้ฟังเพลงร็อครุนแรงแบบที่จินตนาการของมนุษย์หลายคน พวกนั้นเป็นสิ่งที่ปีศาจสร้างขึ้นสำหรับให้มนุษย์เสพต่างหาก ความรุนแรงสำหรับปีศาจทรงภูมิสมัยนี้ดูเป็นเรื่องน่าเบื่อไปเสียแล้ว ก็คงไม่แปลกหากคุณผ่านยุคกลางแห่งการฆ่าฟัน และสงครามมากมาย

 

           โถงอาคารประดับด้วยหินอ่อนและทองคำ สัญลักษณ์วัวและแพะ ฐานที่นั่งของมารหนุ่มมีประดับรูปนกอินทรีย์ คราวนี้มีปีศาจเสนอตัวคัดเลือกเพียงไม่กี่ร้อย น้อยกว่าปีก่อนมากเพราะปัจจัยด้านเศรษฐกิจที่เป็นหายนะ รวมไปถึงปีศาจบางส่วนไปเข้าร่วมกับพวกโลกใหม่ที่คิดจะทำลายระบอบสังคมที่ปีศาจอยู่ร่วมกับมนุษย์ สู่สังคมระบอบใหม่ที่ต่างก็ร่ำลือไปต่างๆ นาๆ ว่าจะปฏิรูปสังคมไปในรูปแบบใด

 

        หลังจบการแสดง ก็มีอสูรกลุ่มหนึ่งคลานมาเช็ดถูกพื้นด้วยผ้าฝ้ายอย่างดีและปูลาดพรมตรงโถงกลาง

         ปีศาจตนหนึ่งเดินมากับอสูรสี่ห้าตน สำหรับมารหนุ่มปีศาจตนนี้อยู่ในรูปลักษณ์ของชายชรา แววตาแข็งกร้าวและคมคาย ผมสีเทาตัดแต่งสะอาดสะอ้าน สวมสูทสีเทาดูเรียบร้อย และรองเท้าหนังอย่างดี

         แต่สิ่งที่เรย์เห็นคือปีศาจร่างอ้วนฉุในชุดแพรพรรณและเครื่องทองมากมาย แขนขายาว มีดวงตาสีแดงฉานขนาดใหญ่โตจนกินพื้นที่ครึ้งหนึ่งของศีรษะ และด้านหลังดูเหมือนเป็นสมองที่โตผิดรูป สิ่งที่ทั้งสองเห็นเหมือนกันคงมีแต่แหวนหยกที่นิ้วโป้งและสัญลักษณ์เถาองุ่นที่ติดอยู่บนอกเสื้อ

        “ยินดีต้อนรับสู่คฤหาสน์พ่อค้า ปีนี้ปีศาจที่รับเลือกเป็นปีศาจอาวุโสด้านเศรษฐกิจคงต้องเหนื่อยหน่อย แต่พวกเรายินดีช่วยเจ้า” ปีศาจผู้อยู่กลางโถงกล่าว ทำเอาเสียงหัวเราะดังขึ้นทั่วงาน เพราะรู้ดีว่าตัวปัญหากับระบบเศรษฐกิจก็มักจะเป็นพวกตระกูลพ่อค้า

 

       “การจากไปของปีศาจอาวุโสรุ่นก่อนทำให้พวกปีกแห่งนักเดินทางคัดสรรเร็วขึ้น แต่จากที่เราได้ยิน สิทธิของปีศาจอาวุโสถูกริบไปยังพวกปีกแห่งนักเดินทางก่อนแล้ว เพื่อไม่ให้ตกไปอยู่ในมือของพวกบ้าคลั่ง”

       “คืนนี้ขอให้พวกเจ้าสนุกสนานกับ...” พริบตายังไม่ทันสิ้นเสียงพูด

 

        คอของปีศาจร่างฉุก็ระเบิดขาดกระจุย เลือดสีแดงนองไปทั่ว

         เสียงกรีดร้องของเหล่าผู้ดูแล และเสียงขึ้นลำอาวุธของปืนผู้อารักขา ปีศาจทั้งหมดเกร็งตัวและพร้อมต่อสู้

         “เป็นไปไม่ได้ ทีนี้มีคำสาปห้ามฆ่ากันไม่ใช่เหรอ” หนึ่งในปีศาจเก่าแก่ ในชุดนักบวชโบราณ พูดขึ้นพลางแยกเขี้ยวขู่

         “คำสาปถอนได้ มีพวกรู้ที่อยู่ทำลายแผ่นหินสาปแช่งไปแล้ว”

          เสียงๆ หนึ่งพูดขึ้น

         เรย์ที่ตกใจกับสิ่งที่เห็นตรงหน้าหันมองมารหนุ่ม แววตาเขานิ่งเฉย แต่เมื่อเธอมองที่มือ เขากระชับ Tablet ในมือซึ่งก็คือรูปร่างของม้วนสัญญาไว้แน่น

          หนึ่งในกลุ่มปีศาจที่ใหญ่สุดทำทีถอนตัว และนำทางหลีกไปยังทางออก โดยไม่สนซากปีศาจที่กำลังมอดไหม้ทีละน้อยตรงหน้า

           พริบตาก็เกิดระเบิดขึ้นอีกครั้งในปีศาจกลุ่มนั้น เสียงหวีดร้องดังขึ้นมากกว่าเดิม

           ปีศาจหลายตนที่มีปีกเริ่มกางปีกและบินทะลุเพดานออกไป บางส่วนที่มีกำลังมากเริ่มคืนร่างเพื่อความคล่องตัว ในท่าทีพร้อมรบ

           มารหนุ่มคว้าเอวเล็กๆ ของเรย์มาแนบไว้กับตัว แล้ว Tablet ก็กลายร่างเป็นผลึกกระจกสีเขียวโปร่งในรูปลักษณ์เดิมของมัน ภาพด้านบนฉายแผนที่ เขาจรดนิ้วลงบนที่ๆ หนึ่งและ กล่าวภาษาที่ไม่มีใครรู้จัก

          “หลับตาลง” มารหนุ่มพูดกับเรย์ เธอทำตามอย่างว่าง่าย

 

               พริบตาทั้งสองหายวับไป

 

            ห่างออกไปหลายพันไมล์ มารหนุ่มและเรย์ปรากฏขึ้นอีกครั้ง นั่นทำให้เรย์เข่าอ่อน เธอท่าทีเหมือนจะสำลัก และไอแห้งๆ หลายครั้ง

              “ขออภัย” มารหนุ่มพูด “คุณเป็นอะไรไหม”

               “ไม่... เป็น... ไร... คะ” เรย์ที่ถูกมารหนุ่มประคองพูดขึ้น เธอสำรวจรอบตัวก็พบว่าทั้งสองอยู่กลางทุ่งขนาดใหญ่ และรอบตัวกลายเป็นวงแหวนโล่งเตียนไปราวกับถูกแผดเผาบางส่วน แต่ไม่มีไฟ นอกจากแสงจางๆ ของรุ่งสาง

               “งานเลี้ยงล่ะคะ” เรย์หันมองดูรอบตัวอีกครั้ง

                มารหนุ่มไม่พูดอะไร

               เขาเอียงภาพจาก Tablet ให้ดู

               ขณะนี้คฤหาสน์ทั้งหลังไฟไหม้ใหญ่ และมีปีศาจที่บินได้หลายตัวถูกยิงร่วงลงราวกับใบไม้

                “พวกปีกแห่งนักเดินทางคงไม่ปรากฏตัวสักพัก” มารหนุ่มพูดขณะเปลี่ยนเป็นโปรแกรมสื่อสารเพื่อเรียกเครื่องบินมารับพวกเขา “เครื่องบินคงต้องรอสักครู่ คุณไม่หนาวใช่ไหม”

                 “ไม่คะ...ว่าแต่เราทำแบบเมื่อกี้ไปที่พักเราเลยไม่ได้เหรอคะ” เรย์พูดขึ้นแม้จะไม่อยากเจอภาวะเมื่อครู่อีกรอบก็ตาม

                  “มันคงไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก” มารหนุ่มตอบหญิงสาว “พลังของม้วนสัญญาไม่ได้ใช้งานง่ายดายแบบนั้นหรอก”    

         

Comment

Comment:

Tweet

พวกที่ทำลายงานเลือกปีศาจอาวุโสมีจุดหมายอะไรกันนี่ wink

#3 By ลอยลมเล่น on 2014-05-05 18:31

ผมอยากมองเห็นปีศาจด้วยตาผม
เป็นไปได้ไหม กับเรื่อแบบนี้open-mounthed smile

#2 By Dante (101.108.186.211|101.108.186.211) on 2014-05-03 00:07

ยังน่าติดตามเหมือนเดิม รอลุ้นนะ big smile Hot!

#1 By Death moon on 2014-04-17 09:43