chapter 51 ตรามาร

posted on 15 Mar 2014 00:27 by theevilaspire in novel directory Fiction

บทนี้อาจมี เนื้อหาที่ต้องใช้วิจารณ์ญาณในการรับชม
ผู้มีอายุต่ำกว่ากำหนดควรเปิดแอบๆ ผู้ปกครอง ...ไม่ใช่แระ 

เรย์ลืมตาขึ้นบนเตียงขนาดใหญ่ ด้วยสัมผัสอบอุ่นของแดดยามเช้า และเสียงกระดิ่งลมกังวานใสปลุกเธอขึ้นจากนิทรา

           เธอพลิกตัวมองที่นอนด้านข้าง ก่อนหันมองไปรอบกาย แล้วรวบผ้าห่มคลุมร่างเปลือยเปล่าของตนเองเพื่อเดินไปหยิบเสื้อคลุมอาบน้ำมาสวมทับไว้ ด้วยรอยยิ้มน้อยๆ หญิงสาวสางผมยาวสลวยพลางเดินไปบริเวณระเบียงตามเสียงนกเจื้อยแจ้ว

            ไม่พบใครเลย เรย์เห็นเพียงสำรับอาหารไว้ในถาดครอบ กับจานอีกใบที่มีร่องรอยการถูกนกรุมกินไปอย่างไม่ต้องสงสัย พร้อมโน้ตกระดาษจากมารหนุ่มว่ามีธุระต้องไปจัดการ จะรีบกลับมาให้เร็วที่สุด และคำขอโทษหวัดๆ ดูเหมือนรีบร้อนเขียน

              มือที่หยิบโน๊ตชะงักเล็กน้อยเมื่อเธอพบว่าข้อมือด้านในของเธอมีรอยประทับแปลกๆ  
              ตรงจุดชีพจรตอนนี้มันมีสัญลักษณ์จางๆ คล้ายรอยสัก รูปดวงตาวงกลมคล้ายดวงตาของนกบนข้อมือเธอ นี่หรือตรามารที่มารหนุ่มเจ้านายเธอพูดถึง

               ดูชัดกว่าที่คิด... เรย์อมยิ้มกับตัวเองแล้วแตะรอยนั้นเบาๆ สงสัยต้องสวมกำไลปิดไว้แล้วสินะ

                เขาอยู่ที่ไหนนะ เธอลากนิ้วไปตามรอยประทับนั้น แล้วดวงหน้าก็แดงซร่านขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ เขาจะคิดถึงเรื่องของเราอย่างที่ฉันคิดอยู่ไหมนะ

                เธอชะงักกับคำว่า เรา ที่ผุดขึ้นมาในความคิด และก่อนที่หญิงสาวจะปล่อยห้วงคำนึงไปมากกว่านี้ เสียงสดใสก็ดังขึ้นจากเบื้องหลัง

                 “คุณหนูตื่นแล้วเหรอคะ”

        เรย์หันไปตามเสียง ก็พบหญิงสาวชาวยุโรปในชุดสูทเรียบร้อย แต่คล้องแขนด้วยเผือกเบา และรอยยิ้มเล็กๆ บนใบหน้า

                    “คุณลูน่า nice to meet you again” เรย์พูดอังกฤษสำเนียงของตน นั่นทำให้ลูน่ายิ้มตอบคำทักทาย

                   “เจ้านายคุณบอกว่าถ้าฉันรักษาหายแล้วให้มารายงานตัวกับคุณ” ลูน่าตอบด้วยภาษาของเรย์ เด็กสาวก้มศีรษะน้อยๆ

                      “คุณดูใจอ่อนเกินกว่าจะเป็นผู้ดูแลให้พวกปีศาจนะ” ลูน่าพูดพลางเปิดเสื้อสูทสตรีให้เห็นรอยแผลเล็กๆ ที่พันผ้ารักษาไว้ 

                       “คุณรู้” เรย์พูดโพล่งขึ้นทันที ทีได้ฟังคำของลูน่า

                      “ค่ะ มีมนุษย์รู้เรื่องปีศาจมากกว่าที่คุณคิด” ลูน่าพูดพลางเหลือบมองไปยังเก้าอี้โซฟา

                       เรย์จึงเชิญเธอนั่งลง

                       “เขาว่าปีศาจทำให้สุขสมได้มากกว่ามนุษย์นี่เป็นเรื่องจริงหรือเปล่า” ลูน่าพูดด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า  เล่นเอาเรย์ก้มหน้างุด ใบหน้าสวยขาวแดงเรื่อจนถึงใบหู

                         “เปลี่ยนเรื่องเถอะนะคะ” เรย์พูดเสียงอ่อย

                          “ฉันอยากแนะนำหน่อย เห็นว่าคุณเป็นคนจิตใจอ่อนโยน ที่ปฏิบัติต่อฉัน ฉันถือว่าคุณ... อืม... Respect ตัวฉัน” ลูน่าพูดพลางแตะไปที่ไหล่เล็กๆ ของเรย์

                            “ชีวิตคุณไม่มีทางเหมือนเดิมหรอก ฉันฟังเจ้านายคุณเอ่ยถามถึงชีวิตเด็กสาวธรรมดาทั่วไปกับฉันว่าจะทำให้คุณได้ยังไง ต้องการอะไรบ้าง ฉันก็บอกว่าคงยากสำหรับคนที่มีปีศาจเป็นเจ้าของวิญญาณ”

                         เรย์พยักหน้าน้อยๆ แทนคำตอบ

                   “และฉันอยากให้คุณปรับตัวกับเขาหน่อย ที่ฉันได้อ่านการบันทึก ปีศาจที่คุณทำสัญญาด้วยเก่าแก่มากและไม่ค่อยรับผู้ดูแล เห็นว่าคนสุดท้ายเป็นดาราที่มีชื่อเสียงมากคนหนึ่ง ส่วนคนก่อนเป็นเจ้าหญิงของราชวงศ์เก่าแก่ที่แผ่อิทธิพลทั่วทวีปแถบนี้”

                 “อันที่จริง สัญญาจ้างฉันสิ้นสุดแล้ว ที่มานี่ก็เพื่อจะบอกลาคุณเท่านั้น” ลูน่าบอกและมอบเข็มกลัดเล็กๆ สีทองในกล่องกำมะหยี่สุดหรูสีน้ำทะเล ให้กับเรย์

                      “ฉันเป็นคนของสมาคมผู้รับใช้ปีศาจ ถ้าเราเจอกันอีกแล้วฉันปฏิบัติกับคุณไม่เหมือนเดิม ขอให้จำไว้เพราะคุณมีฐานะสูงกว่าฉันแล้ว” ลูน่าสรุปและเอาเข็มกลัดวางไว้บนโต๊ะ “หากคุณแสดงสิ่งนี้ หากใครเห็นแล้วเป็นพวกของเรา เมื่อแสดงตรามารแล้วจะปฏิบัติกับคุณราวกับเป็นปีศาจเช่นกัน ถือว่าเป็นเกียรติที่ฉันได้มอบสิ่งนี้ให้คุณ” ลูน่าพูดจบก็ยืนขึ้น คำนับและเดินจากไปโดยไม่ฟังที่เรย์พยายามจะเอ่ยปากพูดกับเธอ

 

                  อีกด้านหนึ่ง ณ โลกแห่งเงา

             หอสมุดขนาดใหญ่ในโลกกระจกตั่งตระหง่านอยู่กลางกรุงลอนดอน ถูกสร้างโดยกรรมกรอสูรนับล้านที่ เทสล่าสร้างขึ้น ที่นี่คือห้องสมุดกระจกที่ตั้งขึ้นในโลกกระจก โดยการย่อยตึกในโลกกระจกนำมาสร้าง ยอดหอคอยนี้เต็มไปด้วยตำรามากมายที่รวบรวมจากทั่วทุกมุมโลก ซึ่งง่ายดายเป็นสามเท่า เพราะทุกอย่างที่อยู่บนโลกหากไม่ใช่วัตถุที่มีมนตรา ทุกอย่างย่อมสะท้อนกลายเป็นความจริงในโลกแห่งเงานี้เช่นกัน เพียงแต่ตำราอาจกลับซ้ายไปขวา ซึ่งก็ไม่ยากอะไรสำหรับสติปัญญาอันเฉียบคมของเทสล่าที่จะอ่านมัน

 

                  “เรียกข้ามาที่โลกแห่งเงานี้เพื่ออะไร” มารหนุ่มพูดพลางนั่งลงที่เก้าอี้นวมสีแดงเลือดนก ในโถงกลางขนาดใหญ่ของหอสมุดแห่งโลกกระจกที่มีชั้นเรียงทำจากไม้สูงเสียดฟ้า และลิฟต์ยกสินค้าที่เอาไว้สำหรับขึ้นไปยังชั้นต่างๆ ของหนังสือ

                    “ก่อนอื่น... ข้าลืมบอกเจ้า ข้าสังหารเจ้าไร้มารยาทศัตรูเก่าเจ้าแล้ว” เทสล่าพูดขณะสาละวนอยู่กับการดึงตำราเก่าแก่มาไล่พลิกอ่าน ราวกับกำลังค้นหาคำหรือวลีบางอย่าง

                      “ฮันท์” มารหนุ่มเอ่ยชื่อมันอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ

                      “เจ้าคงไม่ใส่ใจมันแล้ว เพราะมัวแต่ชื่นเชยเนื้อตัวผู้ดูแลใหม่ของเจ้า”

                       “กาลเวลาไม่ช่วยเรื่องมารยาทของเจ้าเลยเทสล่า”

                        “นางทั้งเยาว์ อ่อนไหว แถมยังเปราะบาง ไม่ต่างจากนกน้อยสหายเจ้า” เทสล่าพูดพลางหยิบหนังสือเล่มเล็กสีดำขึ้นมาเป่าเศษฝุ่นออกจากหน้าปก และค่อยๆ กดเลื่อนให้ลิฟต์หยิบของค่อยๆ ลงมา

                 เขาโยนหนังสือสีดำเล่มนั้นใส่ให้มารหนุ่มรับไว้

                ปีศาจผู้มีเนตรสีเทาหม่น จ้องมองดูหนังสือนั่นอีกครู่หนึ่งราวกับคิดอะไรบางอย่างและเดินไปที่กระดานดำเพื่อขีดเขียนสมการต่างๆ ต่อไป

                “ให้ข้ารึไง” มารหนุ่มถามพลางพลิกตำรานั้นดู บนหน้าปกไม่มีอักษรใดกำกับ เพียงแต่ดูเป็นตำราสีดำ ด้านในใช้กระดาษผสมไขสัตว์ คัดลอกด้วยมือทั้งเล่ม แต่ก็ผสมลายพิมพ์ และอักระโบราณที่อ่านไม่ได้อีกมากมาย

               ขณะกำลังขีดเขียนสมการบนกระดานดำ เทสล่าก็เอ่ยขึ้น

                 “จากที่เจ้าบอกข้า...แปลนของนังเด็กไอริชบอกเจ้าว่า พวกพีระมิดหัวกลับคิดจะสังเวยดวงวิญญาณมนุษย์นับล้านในคราวเดียว แล้วใช้เครื่องมือของช่างทำอาวุธปีศาจส่งพลังเหล่านั้นไปยังปีศาจแต่หนแรกที่หลับใหลอยู่ แน่นอนว่าคงใกล้สำเร็จแล้ว” เทสล่าพูดไปพลาง ขีดเขียนด้วยชอล์กไปพลาง

                 “ตำรานั่นเจ้าจะรู้เองเมื่อถามม้วนสัญญาที่เจ้ามีว่ามันคืออะไร ช่วยเจ้าได้หรือไม่ ว่าแต่เจ้าจะทำอะไรต่อไป จะหยุดพวกมันไหม.... เพราะยังไงมันก็ต้องเร่งปิดเกมก่อนการเลือกปีศาจอาวุโสสำเร็จแน่ๆ”

                 “ถ้าปีศาจแต่หนแรกตื่นขึ้น ประชากรมนุษย์กว่าเจ็ดพันล้านคงต้องตายหมดเพียงเพราะปีศาจแต่หนแรกเปลี่ยนแปลงธาตุในโลก”

                   คำนั้นของมารหนุ่มทำให้เสียงชอล์กเงียบลง

                 “เจ้าปิดบังข้าได้เนินนานเหลือเกิน มารผู้ไร้นามเอ๋ย... เจ้าเคยพบแล้ว ปีศาจแต่หนแรก ทฤษฎีของข้าผิด พวกมันไม่ได้สูญหายไปก่อนเกิดพวกเรา... วลีนั้นเจ้าพูดหลายครั้ง ในหลายคราที่เอยถึงปีศาจแต่หนแรก...  หรือเจ้าจะอ้างว่าม้วนสัญญาบอกเจ้า“

                “ข้าไม่จำเป็นต้องตอบคำถามนั้น” มารหนุ่มพูดพลางลุกขึ้น ติดกระดุมสูทของตนและหยิบหนังสือที่เทสล่ามอบให้ติดมือไปด้วย

                 “ผู้ปราดเปรื่องก็โง่เขลาได้หากมองข้ามสิ่งสำคัญไป... เจ้าอาจคิดว่าข้าฉลาด แต่ก็เหมือนนามของเจ้า เจ้าไม่ไว้ใจและชิงชังพวกเรา ที่ดูแคลนความรู้สึกของเจ้ากับซีลีน เลยสาปให้พวกเราไม่อาจเอ่ยนามเจ้าได้ นับแต่นั้นก็ไม่มีปีศาจตนไหนขานนามเจ้าได้อีก แต่เปล่าเลย เจ้าครองอำนาจที่ไม่อาจจะรู้ได้ และไม่เคยใช้มันอีก”  

               “การมีอำนาจวิเศษที่ไม่รู้จักก็เหมือนคำสาปนั่นแหละ” มารหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่สบอารมณ์นัก

                “ใช่... แต่สำหรับข้าถ้ารู้เรื่องปีศาจแต่หนแรกที่เจ้ารู้ทั้งหมดอาจจะเป็นประโยชน์มากกว่านี้ กับตัวเจ้าและข้าเอง”

                 “บางครั้งสิ่งที่เจ้าคิดอาจจะไม่เป็นจริงทุกเรื่องก็ได้” มารหนุ่มพูดจบก็เดินหายเข้าไปในกระจกบานใหญ่ ทิ้งให้ปีศาจร้ายผู้มีกายสีเขียวอยู่เพียงลำพังในโลกแห่งเงา ขีดเขียนแก้ไขสมการต่อไปราวกับไร้จุดจบ

 

 

 

 

ห้วงอดีต โรสนั่งอยู่นอกระเบียงลำพัง ขยี้เศษบุหรี่ลงบนที่เขี่ย เธอสวมชุดคลุมบางเบา ขณะที่ดึงบุหรี่อันใหม่จากซองขึ้นมาคาบไว้

              มารหนุ่มที่อ้อมมาด้านหลัง หยิบมันออกจากปากสีแดงเรื่อ พร้อมริบไฟแช็กในมือของหญิงสาว

               “ฉันออกมาสูบด้านนอกแล้วนะ” โรสพูดพลางรวบผมสีแพลตตินั่มบลอนด์เป็นลอนของเธอ หันไปส่งสายตาเย้ายวน ให้นายของตน จ้องมองเขาด้วยดวงตาสีฟ้าที่ดึงให้ใครต่อใครต้องหยุดมอง “รอยที่คอรองพื้นปิดยากอยู่นะ... ตอนฉันอ้างว่าไปสักมา ราโม่ต่อว่าฉันน่าดู”

                “คุณปล่อยผมก็มองไม่เห็นแล้วไม่ใช่หรือไง” มารหนุ่มพูดขณะนั่งตรงข้ามเธอ บนเก้าอี้หวายอีกตัวหนึ่ง

                 “ชอบคฤหาสน์ใหม่หรือเปล่า ใกล้โรงถ่ายละครด้วย” มารหนุ่มพูดขณะเห็นหญิงสาวกำลังจ้องมองเขาอย่างไม่วางตา

                 “เมื่อวานฉันเห็น ลอร่าคุณกับคุณอยู่ตั้งนานสองนาน คุณอยากเจอเธออีกไหมล่ะ ฉันจะได้ติดต่อให้” หญิงสาวพูดพลางหยิบกระดาษเช็ดปากมาพับครึ่ง

                 ได้ยินคำนั้นทำเอามารหนุ่มพรายยิ้ม “หวงผมหรือไง”

                  “ฉันไม่มีสิทธิอะไรในตัวคุณสักหน่อย” โรสพูดพลางหันมองท้องฟ้ายามราตรี

                  “เธอชื่อ ลีลู เป็นปีศาจ” มารหนุ่มพูดตอบ “ถ้าคุณเห็นเธอเผยร่างจริง คุณคงอาเจียนทุกครั้งที่เข้าฉากกับเธอ” มารหนุ่มพูดไปพลางก็ดึงกระดาษเช็ดปากออกมาฉีกเป็นแผ่นบาง และพับจนเป็นดอกกุหลาบอย่างช้าๆ ก่อนจะวางกุหลาบกระดาษนั้นบนที่เขี่ยบุหรี่

                   “คุณมีร่างจริงอื่นไหม แบบเป็นนกตัวใหญ่อะไรแบบนั้น” โรสเริ่มประโยคสนทนาใหม่ เธอเริ่มนั่งไขว่ห้าง เผยผิวขาวละเอียดและเรียวน่องได้รูป

                   “จะไปมีได้ยังไงเล่า ผมก็แบบนี้แหละ แค่ผิวสีขาวกว่านี้เท่านั้นเอง” มารหนุ่มพูดตอบ พลางเขี่ยเล่นผมของหญิงสาว

                    “คุณทำแบบนี้กับผู้ดูแลทุกคนหรือเปล่าคะ” หญิงสาวถามด้วยเสียงอ่อนหวาน

                    “อย่าถามเรื่องนี้เลยได้ไหม” มารหนุ่มพูดแผ่วเบา แต่หญิงสาวไม่สนใจ...เพราะยามนี้เธอกำลังล้วงมือเข้าไปในเสื้อคลุมของเขาเสียแล้ว

                       

                

 

 

 

                  

 

 

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

สุดๆ คาสิโน

#4 By britrocker1234 on 2016-10-03 20:35

@loilanlom 
ตามที่คิดกับทีมเขียน อยากให้เกิดสองที่ครับ แต่แยกไป
 
สมัยก่อนตรามาร เป็นสิ่งที่ใช้กล่าวหาปรักปรำแม่มดเฉยๆ ครับ เป็นรอยคล้ายๆ ยุงกัด จะอ้างว่าเป็นหัวนมที่สามสำหรับให้ปีศาจดูดอะไรแบบนั้น
ชื่นเชย ใช้ศัพท์ถูกแล้วครับ... เทสล่าต้อง ใช้คำที่ไม่มีมารยาทและ แปลกกว่าคนอื่น
ขอบคุณที่แวะมาอ่าน

#3 By วิหคสีคราม on 2014-03-17 01:50

Hot! ถ้าเปลี่ยนเป็นล้วงมือเข้าไปใน กางเกง ของเขาแล้วคงจะตื่นเต้นกว่านี้ เอ้ย ไม่ใช่และ
“เจ้าคงไม่ใส่ใจมันแล้ว เพราะมัวแต่ชื่นเชยเนื้อตัวผู้ดูแลใหม่ของเจ้า”   น่าจะใช้ว่าเชยชมนะ
-แสดงว่ารอยนั่น เกิดขึ้นต่างที่กันไปในผู้หญิงแต่ละคนใช่ไหม อย่างเรย์เป็นข้อมือด้านใน โรสเป็นซอกคอ   อะไรทำให้รอยนั่นอยู่ในทึ่ต่างกัน

#2 By ลอยลมเล่น on 2014-03-16 23:30

Hot! Hot! Hot!
Hot! Hot! Hot!

#1 By The Dream will not Die on 2014-03-15 14:36