chapter 50 touch

posted on 25 Feb 2014 04:03 by theevilaspire in novel directory Fiction

บทนี้อาจมี เนื้อหาที่ต้องใช้วิจารณ์ญาณในการรับชม
ผู้มีอายุต่ำกว่ากำหนดควรเปิดแอบๆ ผู้ปกครอง ...ไม่ใช่แระ 

 

เสียงปืนแผดก้องหลายครั้ง พร้อมเสียงดังกังวานจากเสียงระเบิด
กองทหารรับจ้างสามคนถูกฆ่าด้วยกระสุนสังหารล้มกองราวใบไม้ร่วง หน้าผากของทุกคนมีรอยชัดของขนนกโลหะ มารหนุ่มให้สัญญาณโดยการโบกมือเบาๆ ปล่อยให้เรย์วิ่งไปยังอีกด้านหนึ่งของสระน้ำ สู่ประตูลิฟต์นิรภัยสำหรับหนีฉุกเฉินสำหรับลูกค้า VIP

          “ทางนี้ค่ะ” ลูน่า คนที่คอยจัดการเรื่องต่างๆ ให้เรย์ชี้ไปยังลิฟต์พร้อมยัดกุญแจผลึกแก้วไว้ในมือเรย์ หญิงสาวหยิบปืนพกมาขึ้นลำและพิงผนัง “ฉันจะเบี่ยงความสนใจเอง”

          “ฉะ ฉันไม่” เรย์อึกอักและหูอื้อ ประสาทชาไปหมด นั่นทำให้ลูน่าเข้าใจและโอบพาเธอวิ่งเข้าไปยังประตูนิรภัย

          รถสีดำแล่นออกมาด้วยความเร็วสูง มันผ่านชั้นจอดรถใต้ดิน ก่อนจะปะปนเข้าไปในถนนสายเข้าตัวเมืองหลัก

          “คุณ คุณถูกยิง” เรย์พูดขณะมองดูเลือดที่เปื้อนเสื้อสูทสตรีของลูน่า เธอปรายตามองเล็กน้อย “ ช่างเถอะ ไม่สำคัญหรอก แผลเล็กน้อย”

         “เจ้านายคุณจะมาที่จุดนัดพบเอง” ลูน่าพูดขณะหยิบโทรศัพท์มือถือใส่มือเรย์ “ฉันอยู่คุ้มกันคุณไม่ได้แล้ว ไปในที่ๆ มีคนเยอะๆ รอเจ้านายคุณ เขาจะมาหาคุณเอง”

           “ฉันดูแผลให้ไหม” เรย์พูดพลางมองดูเลือดที่ซึมออกมา

           สีหน้าเธอกังวลจนคู่สนทนาสังเกตเห็นได้

            “คิดว่าฉันได้งานนี้เพราะพูดได้หลายภาษาเหรอ” ลูน่าพูดขณะลดความเร็วเพื่อวนรถเข้าสู่ย่านการค้า “ฉันอารักขาคนสำคัญมาเยอะแล้ว นี่ไม่ใช่แผลแรกของฉันหรอก”

              คำพูดนั้นไม่ลดความกังวลจากใบหน้าของเด็กสาวเลยแม้แต่น้อย

             “งานฉันคือป้องกันไม่ให้เธอบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต เธอช่วยฉันได้ ไม่ต้องโทรหาใคร แค่เดินไปตรงน้ำพุ ที่นั่งพัก ที่นี่เปิดถึงค่ำ อย่าไปไหน ถ้าจำเป็นจริงๆ ห้ามทิ้งมือถือ แค่นั้นแหละ” ลูน่าสั่ง เธอจอดรถอย่างช้าและนิ่มนวลที่สุด

               ทว่าทันทีที่รถจอด ลูน่าก็สลบไปจากพิษบาดแผล นั่นทำให้เรย์ตกใจมากเข้าไปอีก

               แน่นอนเธอเคยถูกยิง รู้ว่ามันเจ็บแค่ไหน แต่เธอไม่รู้จะทำอย่างไร นึกได้แค่อยากดูแผลก่อน เธอจึงค่อยๆ เปิดเสื้อหญิงสาวดูช้าๆ พร้อมกับปรับเบาะรถของตนเองและหญิงสาว เรย์มองดูเลือดสีแดงและกลิ่นคลุ้ง ทำเอาเธอเกือบอาเจียน

              เธอหยิบขวดน้ำมาและตัดสินใจกลับไปกลับมาว่าจะเทลงไปบนแผลดีไหม แต่ปล่อยไว้แบบนี้หญิงสาวต้องตายแน่ เธอจึงไม่รู้จะทำอย่างไร แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าโทรศัพท์ยังใช้การได้ เธอจึงหยิบมือถือมากดเปิดดู

               เบอร์แรกสุดเขียนไว้ว่า Help ไม่มีเบอร์ฉุกเฉินอื่น และมีอักษร โรมันจาก 1 ไปเรื่อยๆ เธอจึงตัดสินใจกดเบอร์แรกแทนการแจ้งตำรวจหรือพยาบาล

             หลังจากรอสักพักเธอถึงสังเกต ลูน่าเป็นชาวต่างชาติ เธอไม่คุ้นเคยมากนัก แม้หลังจากอยู่กับมารหนุ่มจะได้เดินทางครึ่งค่อนทวีปแล้วก็ตาม หญิงสาวคนนี้อายุรุ่นราวคราวเดียวกับเธอด้วยซ้ำ อาจจะอายุมากกว่าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่แววตาก่อนหน้านี้มันทำให้เธอคิดว่าลูน่าเป็นผู้ใหญ่เสียเหลือเกิน

               ไม่นานเธอก็ได้ยินเสียงรถหลายคันแล่นมาจอดล้อมรถเธอเอาไว้ เรย์รีบล็อครถทันทีเพราะคิดว่าอาจจะเป็นศัตรู

               ทีมงานหลายคนเดินลงมาพร้อมเครื่องกู้ชีวิต เรย์จึงเปิดรถ

 

                “คุณหนูไม่บาดเจ็บนะครับ” ชายชาวเยอรมันคนหนึ่งพูดสำเนียงภาษาของเรย์ เขาสวมชุดเกราะกันกระสุนแบบอ่อนและเครื่องป้องอื่นๆ มีตรานกที่ปกเสื้อบ่งบอกว่าเป็นทีมคุ้มกันของมารหนุ่ม

                   เรย์พยักหน้า ขณะที่มองดูว่าเลือดเต็มสองมือเพราะเธอพยายามกดแผลอย่างไม่รู้ตัว

                “เธอยังไม่ตายใช่ไหม” เรย์ถาม ชายคนดังกล่าวได้แต่นิ่ง

               เขาไม่ยอมตอบ เรย์เลยได้แต่มองเตียงสนามที่หายเข้าไปในรถตู้สีดำของทีมคุ้มกัน

                 “เราจะพาตัวคุณหนูไปพบเจ้านาย” ชายคนดังกล่าวพูด แต่เรย์ไม่ฟัง “สภาพตอนนี้คุณหนูควรจะเปลี่ยนเสื้อที่รถที่เราจัดไว้ก่อน”

                   “ฉันจะรอที่นี่ แบบนี้แหละ” เรย์พูดขณะหยิบน้ำขวดมาเทล้างเลือดออกจากมือทั้งสองของตัวเอง

 

             ในหนังหรือละคร ตัวละครประกอบถูกฆ่ามากมาย ไม่เคยมีคนสนใจชีวิตของคนเหล่านั้น หากแต่ตัวละครหลักสั่งเสียอาจจะยาวหลายซีน เธอพบลูน่าแค่สามครั้ง เกือบทุกครั้งเธอยิ้มให้และชวนคุยอย่างสุภาพ แต่ครั้งนี้หญิงสาวอาจจะต้องสละชีวิตช่วยเหลือเธอไว้

 

                เพราะอะไร เพราะเจ้านายเธอจ้างเหรอ ฉันสำคัญกว่าถึงได้อยู่รอดหรือ สิ่งนั้นวนเวียนในหัวของเรย์ตลอด ขณะที่เธอมองดูคนอื่นๆ ทุกคนไม่ยอมพาเธอไปไหน ลานจอดรถนี้ถูกทีมงานกลุ่มหนึ่งปิดล้อมอย่างหลวมๆ เพียงเพราะเธอยืนอยู่เท่านั้น

 

                 ถ้าฉันเป็นคนปกติ พวกคนเหล่านี้คงไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย แต่เธอเป็นใครล่ะ แค่เด็กคนหนึ่งที่มองเห็นปีศาจ ถ้าไม่มีพลังนี้เธอย่อมหลุดจากวงจรบ้าๆ นี่

 

                  “เป็นอะไรมากหรือเปล่า” มารหนุ่มพูดทันทีที่ลงจากรถ เขาเดินกึ่งวิ่งมาหาเธอ

                   เรย์สายหน้าน้อยๆ มารหนุ่มถอนใจอย่างลืมตัว

                    “ทำไมไม่ตามคนคุ้มกันไป” มารหนุ่มพูดถาม เขาหยิบผ้าห่มเล็กๆ จากทีมงานมาคลุมตัวเรย์ แต่เมื่อจะพาเดิน เรย์กลับไม่ไปไหน

                     “ถ้าฉันขอพรให้ดวงตาฉันเลิกมองเห็นปีศาจสามารถทำได้ไหม” เรย์ถามมารหนุ่ม

                      มารหนุ่มมองกลับมาด้วยท่าทีแปลกใจ

                      “ทำไมล่ะ? “

                      “ถ้าฉันมองไม่เห็นปีศาจ ก็จะไม่มีคนตามล่าฉันอีก” เรย์พูดพลางสั่นนิดๆ

                       มารหนุ่มมองกลับไปแล้วนิ่งไปครู่หนึ่ง

                       “ฉัน ฉัน...” เรย์พูดพลางมองดูมือตัวเองที่ยังมีเลือดติดอยู่เล็กน้อย

                        มารหนุ่มเห็นทีท่าเลยดึงตัวเธอมา

                   อ้อมกอดแข็งแรงโอบตัวเด็กสาวไว้ เขาลูบผมเธอเบาๆ “ไม่เป็นไรนะ...โทษที ถึงทำได้ผมคงทำให้ไม่ได้หรอก...มันคือตัวคุณเอง...เรย์ คุณไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้หรอก การยอมรับในตัวเองเป็นสิ่งสำคัญ สิ่งนี้ไม่ใช่คำสาปหรอกนะ”

                         “ลูน่าปลอดภัยแล้ว กระสุนไม่โดนจุดสำคัญหรอก ทีมแพทย์ปีศาจรักษาแผลแค่นี้ได้ไม่ยากหรอก” มารหนุ่มปลอบใจ

 

              เรย์ดื่มโกโก้ร้อนที่บริกรชงให้ เขาย้ายอีกครั้งมายัง Safe house ที่แข็งแรงกว่าเดิม ระบบนิรภัยสูงยิ่งกว่าธนาคาร คราวนี้เรย์ไม่สามารถออกไปไหนได้ ที่นี่เป็นคฤหาสน์ขนาดใหญ่มีสวนเป็นปราการรอบนอก และติดตั้งอุปกรณ์สำหรับต่อต้านอากาศยาน

               ด้านนอกเรย์มองเห็นนกหลากหลายสายพันธุ์เกาะอยู่ตามทิวป่ารอบนอก และหลายตัวที่จั่วของเรือนหลังอื่น ทั้งอีกา นกอินทรี เหยี่ยว และนกแก้วตัวใหญ่หลายตัวที่ระเบียง

                “นกแก้วน่ารักจัง” เรย์พูดพลางมองดูผ่านกระจก แต่หันมองมารหนุ่ม เขารู้ดี เรย์ยังเศร้าและแกล้งทำตัวสบายๆ เหมือนที่เจอกันช่วงแรกๆ

                   “ไว้ลูน่าหายดีผมจะสั่งให้มารายงานตัวเป็นพิเศษกับคุณก่อน” มารหนุ่มพูด

                 เรย์เงียบลง ขณะแตะมือไปที่ประตูกระจกบานเลื่อน

                   “นกแก้วพวกนั้นเป็นภูติที่ผมเสกขึ้นมา ส่วนตัวอื่นๆ เป็นเพื่อนๆ แถวนี้ เราเสียคนไปมากก็เลยขอยืมแรงพวกเขา” มารหนุ่มพูดพลางผายมือออก

                     ราวกับมายา พริบตานกแก้วตัวหนึ่งก็ผลุบขึ้นจากมือของมารหนุ่ม มันสีขาวหน้าตาสวย และสง่าราวกับเป็นนกจากสวรรค์ ขนปีกเรียงซ้อนกันสวยงามราวกับภาพเขียนด้วยพู่กันจีน

                      “สวยมากเลย” เรย์พูดหลังจากมองดูมันและลองแตะเบาๆ ที่ปีกของนกแก้ว

                      “ตัวนี้ชื่อไป่ฮัว เดิมเป็นนกของผู้ดูแลผม แน่นอนมันเคยเป็นนกธรรมดา”

                       “คุณชุบชีวิตมันได้เหรอ” เรย์พูด

                    มารหนุ่มส่ายหน้า “เปล่า แค่ย้ายจิตมันมาอยู่ในร่างที่ถาวรกว่าเดิม”

                       “ทำแบบนั้นได้ด้วยเหรอ” เรย์ดูด้วยความตื่นเต้น

                        “ได้หมด ยกเว้นกับมนุษย์ มนุษย์ซับซ้อนเกินไป” มารหนุ่มพูดหลังจากปล่อยให้มันบิน เรย์มองเห็นเจ้าไป่ฮัวบินผ่านกระจกไปราวกับเป็นเพียงภาพลวงตา แต่เธอเองที่พึ่งจับขนมันก็รู้ว่ามีตัวตนจริงมิใช่ภาพลวงตา

                   “หมากที่ผมวางเอาไว้มีคนแทรก กลุ่ม N.W.O คงคาดเดาว่าผมจะได้รับเลือก หรือไม่ก็กำจัดไว้ก่อนเพื่อตัดไฟแต่ต้นลม... “ มารหนุ่มอธิบายเสียงเรียบ

                   “วันนี้ฉันง่วงแล้ว ขอพักผ่อนได้ไหมคะ” เรย์พูดพลางหันมองดูแก้วเปล่าที่วางไว้บนโต๊ะก่อนหน้า

                    “อยู่ทานมื้อค่ำกับผมก่อนไหม...” มารหนุ่มเอ่ยชวนบ้าง

                    “ฉันคงกินอะไรไม่ลงหรอก” เรย์พูด ไม่นานมารหนุ่มก็เทไวน์จากขวดตรงชั้นข้างๆ ที่แช่น้ำแข็งไว้ก่อนหน้า

                    “ดื่มต่อหน้าผมได้ไหม” มารหนุ่มพูดพลางยื่นแก้วให้เด็กสาวรับไว้ในอุ้งมือ

                     เรย์มองไปยังดวงตาสีแดงจ้องมองเธออย่างไม่วางตา

                      จิตใจที่สับสนของเรย์หยุดลงที่การดื่มไวน์ผสมโลหิตมารรวดเดียวหมด รสสัมผัสแห่งความหฤหรรษ์ และโศกเศร้า วาบหวามและตราตรึง... ทำให้เธอห้ามใจไม่อยู่อีกแล้ว

                       เด็กสาวก้าวช้าๆ ไปซบที่ร่างของมารหนุ่ม เธอโอบตัวเขาด้วยแขนเล็กๆ ปล่อยแก้วไวน์ตกลงบนพื้น

         เธอเอนกายซบลงบนร่างของมารหนุ่มแล้วโอบกอดเขาไว้ ปีศาจผู้ไร้นามไล้เส้นผมยาวสลวยของเธออย่างแผ่วเบา แล้วลากผ่านไปตามแผ่นหลังอย่างนุ่มนวล เรย์มองสบตาสีแดงฉาน แล้วประคองดวงหน้าราวรูปสลักไว้ในฝ่ามือบอบบาง

ดวงตาของเธอพริ้มหลับ ขณะมารหนุ่มลากนิ้วไปตามริมฝีปากของเธอช้าๆ เช็ดหยดไวน์ที่ค้างอยู่ เมื่อเธอลืมตาขึ้น ดวงตาสีแดงคู่นั้นมีประกายลึกซึ้งและอ่อนโยน

เธอเอื้อมแขนไปรอบคอของเขา รั้งให้ร่างสูงใหญ่นั้นให้โน้มลงมา

ก่อนที่ริมฝีปากจะสัมผัสกัน จุดประกายเพลิงแห่งความปรารถนาให้ลุกโชน             

                 

Comment

Comment:

Tweet

ลื่นไหล อ่านไม่สะดุด เก่งขึ้นมากๆเลยค่ะ 
Hot! Hot! Hot! big smile

#4 By Death moon on 2014-03-10 14:56

เมื่อไหร่จะได้เชยชมสมใจกันน้า คู่นี้ ไม่มีใครขวางอยู่แล้ว

#3 By ลอยลมเล่น on 2014-02-26 00:03

Hot! confused smile

#2 By The Dream will not Die on 2014-02-25 16:49

ทักทาย
( confused smile confused smile )

#1 By Nirankas on 2014-02-25 12:03