chapter 49 ปราสาทเจ้าชายนก

posted on 29 Jan 2014 00:07 by theevilaspire in novel directory Fiction

ปีศาจที่แท้จริงไม่ต้องกิน นอน หรือว่าหายใจ ไม่เจ็บปวดด้วยอาวุธใดๆ และมีชีวิตเป็น
อนันตกาล


แต่ด้วยความที่ไม่ต้องกิน ปีศาจมิอาจเพลิดเพลินกับรสชาติของอาหาร
หากไม่นอนเสียเลย ความสงบช่วงนิทราย่อมถูกพรากไปสิ้น
และหากไม่หายใจ ความรื่นรมย์ของกลิ่นต่างๆ คงหายไปด้วย
และชีวิตที่ไม่จบสิ้นทำให้ปีศาจไม่ต่างจากคนตาย คนตายไร้ตัวตนเมื่อผู้คนลืมเลือน
แต่ปีศาจไม่มีอะไรให้จดจำ

 

อาคาธานั่งอยู่บนชั้นดาดฟ้าของเรือลำใหญ่ ในคราบหญิงสาวทรงเสน่ห์ เธอสวมหน้ากากสีขาวทรงสามเหลี่ยมคล้ายทำจากกระดูก และชุดด้วยชุดทูนิคดังเช่นหญิงสาวชาวกรีกโบราณ ตัดกับร่างที่เหมือนไร้ผิวหนังของเธอ

 

          เบื้องล่างแทนที่สินค้าต่างๆ เรือสินค้าลำยักษ์นี้กลับบรรทุกครอบแก้วขนาดใหญ่นับไม่ถ้วน ทุกชิ้นเต็มไปด้วยสายเชื่อมมากมาย ภายในบรรจุของเหลวสีฟ้าอมเขียว และฟองอากาศ กับร่างที่ดูเหมือนมนุษย์นับแสนนับล้านชิ้น

 

            “ยิ่งดูยิ่งขนลุก ขยะแขยงเป็นบ้า”

            ชายที่ดูเหมือนหนุ่มใหญ่ในชุดเสื้อผ้าไหมเดินมายืนใกล้ๆ ขณะสูบซิก้าควันฉุย

             “ข้าไม่ชอบควันบุหรี่ เจ้าก็น่าจะรู้”

           “นี่ซิก้า”
           แสงไฟจากกราบเรือเผยเห็นใบหน้าของชายที่สนทนาด้วย เขาคือนักการเมืองผู้ครองสถิติได้รับเลือกตั้งมากที่สุด พรรคเขากวาดเสียงมากมาย เสียแต่สมัยนี้ไม่ได้จัดตั้งพรรครัฐบาลเพราะกลโกงในสภาไม่อาจสู้น้ำเงินได้

            อาคาธาเอื้อมกรงเล็บไปแทงซิก้าเพื่อดึงจากมือของชายคนดังกล่าว หมุนดูเล็กน้อยก่อนที่จะโยนลงไปบนพื้น

            เขาหัวเสียแต่ก็ไม่กล้าพูดอะไร

           “ทำให้ข้าชนะเลือกตั้ง แต่ไม่ได้จัดตั้งรัฐบาลแบบนี้จะไปช่วยอะไรได้”

            “เจ้ามันไร้น้ำยาเอง ไม่ต้องห่วง พรุ่งนี้คนกว่าครึ่งจะยกมือให้เจ้า” อาคาธาพูด

            “ตามที่ตกลง ข้าขออำนาจครอบครองประเทศนี้ก็พอ”

            “ว่าง่ายดีนี่” อาคาธาพูด พลางหันมองผู้ดูแลของตน

              อาคาธาพูดจบก็ใช้เล็บนิ้วโป้ง กรีดมืดของตัวเองจนเป็นทางยาว ปล่อยเลือดไหลซึมออกมา ก่อนจะผายมือให้ผู้ดูแลของตนดื่มกินจากมือนั้นอย่างหิวกระหาย

               

              เรย์ตื่นขึ้นอีกครั้งบนรถ เธอจำได้ว่าถูกมารหนุ่มปลุกแต่เช้าตรู่ พร้อมขนมปังปิ้ง แล้วเธอก็พบว่าตัวเองถูกมารหนุ่มพามายังตึกสูงแลดูทันสมัยแห่งหนึ่งในย่านชานเมือง

               “นี่เป็นที่พักของเราจนกว่าผลการตัดสินจะออก”

               เมื่อเรย์ได้สติครบก็เห็นว่าเต็มไปด้วยทหารรับจ้าง และพนักงานมากมายมายืนรอต้อนรับสองข้างทาง พร้อมอาวุธหนัก

                 พนักงานหนึ่งในนั้นเดินมาหาทั้งสองเธอเป็นชาวยุโรป

                “สวัสดีค่ะ” เธอทักทายด้วยภาษาของเรย์ที่ชัดถ้อยชัดคำจนน่าตกใจ เธอสวมชุดสูทสตรี สูงกว่าเรย์มากอยู่ หุ่นดีและมัดรวบผมบลอนด์ไว้อย่างเรียบร้อย

                “ค่ะ” เรย์พูดพลางเผลอค้อมหัวเล็กน้อย แต่หญิงสาวคนดังกล่าวก็ยังไหว้เธอ

                 “ดิฉัน ลูน่า ยินดีที่ได้พบคุณผู้หญิง”

                 “ค่ะ”

                 มารหนุ่มพูดภาษาฝรั่งเศสกับหญิงสาวผมบลอนด์คนดังกล่าว เธอยิ้มให้เขา และพาทั้งสองเดินชมสำนักงาน

                  “ที่นี่คือบริษัทอะไรเหรอคะ”

                   “เป็นบริษัทจัดเก็บข้อมูลค่ะ” ลูน่าตอบเรย์ทันที พร้อมกับหันมองเธอที่กำลังมองไปรอบๆ ห้องโถงชั้นแรกของตึกนี้

                   “ข้อมูลประเภทไหนเหรอคะ” 

                    “ไว้ผมอธิบายทีหลัง ลูน่า ช่วยพาคุณผู้หญิงไปห้องพักด้วยนะ ผมจะเดินชมแถวนี้อีกสักหน่อย”

                       หญิงสาวค้อมศีรษะแทนคำตอบ

                     ลิฟต์แก้วขนาดใหญ่ พาทั้งสองขึ้นไปยังชั้นบนของอาคาร

                       “ตึกที่นี่มี 65 ชั้นเท่านั้น ไม่ใช่อาคารที่สูงที่สุดที่นี่ คุณอยู่ชั้นที่ 65 ด้านล่างเรามีทุกอย่าง คุณสามารถสั่งอาหารได้เหมือนกับโรงแรม เพียงยกหูโทรศัพท์ หากจะต่อไปข้างนอกให้บอกพนักงานของเรา ที่นี่มีพนักงานประจำ 24 ชั่วโมง อยากได้อะไรให้ระบุเราจะหามาให้ค่ะ”

                        Safe house นี่เอง คำแรกที่ผุดขึ้นในหัวเรย์หลังเธอเห็นห้องนี้ นี่สินะวิธีของมารหนุ่ม เลือกห้องใหญ่โต ตกแต่งสไตล์ทันสมัย ไว้ขังตัวเองเหมือนปราสาทหินขนาดใหญ่ที่จอมมารในนิทานเอาไว้ต้อนรับเหล่าอัศวิน   

                 เรย์เดินสำรวจก็พบว่ามันหรูมาก มีอ่างอาบน้ำวนขนาดใหญ่ ห้องน้ำแบบมีระเบียง เอาจริงดูหรูสุดเท่าที่เธอเคยพักเลยทีเดียว

                  “กุญแจเป็นระบบเจลอะตอมไฟฟ้า นอกจากพวกคุณแล้วไม่มีใครสามารถเปิดเข้าออกได้ อาหารทั้งหมดจะส่งผ่านฐานนิรภัย แน่นอนว่าเราให้ที่จอดรถด้วยนะคะ

             “คุณชอบไหม” มารหนุ่มพูดขณะเดินมาสมทบภายหลัง “แต่ชอบไม่ชอบก็คงเปลี่ยนไม่ได้เพราะผมทำสัญญาไปแล้ว”

               “ขอให้พักผ่อนสบายค่ะ เจ้านาย” ลูน่าพูดขณะค้อมศีรษะ

                “ดูเขาปฏิบัติกับลูกค้าดีจัง” เรย์พูดหลังหญิงสาวเดินไปแล้ว

                “คงดีแน่ ก็ผมซื้อบริษัทนี้ และตึกนี้ไว้แล้วนี่”

                 “ว่าไงนะคะ” เรย์ทวนคำ

                 ก่อนจะเม้มปากและเดินไปนั่ง

                 มารหนุ่มเดินไปนั่งเก้าอี้อีกฟาก และสั่งเปิดเครื่องปรับอากาศด้วย Tablet

                 “นี่มันก็แค่คุกที่มีระเบียงส่วนตัว” เรย์พูดพลางมองดูระเบียง “บ้านนกสามสี่หลังกับรางใส่น้ำและข้าวเปลือกไม่ช่วยให้มันต่างไปหรอก

                   “ไม่ คุณอยากไปไหนก็ได้ แค่ต่อไปต้องมีคนคุ้มกัน “

                   เรย์ก้มหน้า

                   “มันช่วยไม่ได้ เรย์ ผมเองเข้าใจดี ผมเข้าใจกว่าด้วยตอนรู้ว่าคุณมองเห็นร่างจริงของปีศาจ ถ้าปีศาจตนอื่นหาคุณเจอพวกเขาจะฆ่าคุณ ส่วนพวก N.W.O ก็...” มารหนุ่มเงียบลงเพราะจำได้ว่าเรย์กลัวแค่ไหนตอนถูกจับไป

                 เขานอนน้อยกว่าเรย์ เขารู้ดีบางครั้งเรย์กรีดร้องจากฝันร้ายถึงช่วงเวลานั้น และช่วงเวลาที่เธอถูกริน น้องสาวที่เธอยอมแลกวิญญาณช่วยชีวิตไว้แทง และช่วงเวลาที่เธอถูกพวก N.W.O จับตัวไป

                 “นกทุกตัวต้องการอิสรภาพ มนุษย์ก็เช่นกัน ผมแค่ต้องแน่ใจว่าคุณจะไม่ถูกฆ่า ระหว่างการเลือกตั้งถ้าผมได้รับเลือก หรือขั้วอำนาจใหม่ไม่ใช่ศัตรูผม เราจะตกลงใหม่กับปีศาจ และคุณจะไม่ต้องหนีอีกตลอดไป”   

                 “แผนคุณคือ ชนะการเลือกตั้ง ได้อำนาจปีศาจอาวุโส แล้วฆ่าพวก N.W.O ให้สิ้นซาก แล้วหยุดพวกพีระมิดหัวกลับกับแผนพวกเขาเหรอ”

                   “นั่นแผนแรก ถ้าไม่ผมต้องเจรจากับปีศาจกลุ่มใหม่ที่ถืออำนาจ ถ้าพวกพีระมิดหัวกลับครองอำนาจปีศาจอาวุโส อันใดอันหนึ่งในสามอำนาจสำคัญ สงคราม เศรษฐกิจ หรือ การสื่อสาร เกมก็อาจจะยากขึ้น” มารหนุ่มพูดจบก็หยิบรีโมตมาเปิด TV ที่ติดอยู่กับผนัง

                   “คุณจะบอกว่าทุกอย่างเพื่อฉันเหรอ” เรย์เผลอพูดสิ่งที่ไม่ควรพูดออกไป เธอเผลอปิดปากตัวเองแบบเด็กๆ นั่นเรียกรอยยิ้มของเขาได้

                   “ก็คุณเป็นผู้ดูแลของผม ผมต้องทำความฝันของคุณให้เป็นจริง คุณอยากใช้ชีวิตปกติ ซึ่งพลังของม้วนสัญญาที่ผมถือแม้อำนาจมันมากมายแต่ก็ทำเรื่องซับซ้อนไม่ได้หรอกนะ”

                   ใช่ เธอเคยพูดคำนั้นกับเขาตอนอยู่อเมริกา แต่ก็ไม่คิดว่ามารหนุ่มจะจำได้ วันนี้เขาดูเป็นเพื่อนคนเดียวของเธอ หลังจากจบมหาลัย เธอใช้ชีวิตรอนแรมกับเขานาน ได้แต่เดินตามแผ่นหลังของเขาเสียมากกว่า 

 ถึงบุคลิกจะดูเย็นชา แต่ในดวงตาสีแดงของเขาก็แสดงให้เห็นว่าใส่ใจเธอ 

 

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณ จะแก้เป็นตาม @loilanlom คุณลอยเล่นลมเลยนะ

#5 By วิหคสีคราม on 2014-02-21 00:28

ถึงบุคลิกจะดูเย็นชาแต่เขาก็ใส่ใจเธอ ภายใต้ดวงตาสีแดงของเขา   
จบประโยคห้วนไปนิดอ่ะ ขอแก้หน่อยนะsad smile มันน่าจะเรียงเป็น
ถึงบุคลิกจะดูเย็นชา แต่ในดวงตาสีแดงของเขา แสดงให้เห็นว่าใส่ใจเธอ 
คู่นี้ค่อยๆเป็นค่อยๆไป

#4 By ลอยลมเล่น on 2014-02-20 15:16

#3 By ปิยะ99 on 2014-02-19 08:21

big smile

#2 By Forever Drift on 2014-02-04 05:36