chapter 48 ปีกแห่งนักเดินทาง

posted on 03 Jan 2014 03:15 by theevilaspire in novel directory Fiction

ไหดองแตกกระจายยยยยยยยย
นิยายเดิมกลับมาแร้ววววววววววววววววววววววววววว 
จำตอนก่อนๆ กันได้ไหมพี่น้องงง

ง่วงแล้ว ภาษากะไวยากรณ์มาแก้ทีหลังแล้วกัน 

เรื่องย่อ นิยายเรื่อง มนตราสัญญาเลือด

เกร็ดนิยายและประวัติตัวละคร

ชอบไม่ชอบคอมเม้นต์กันหน่อยนะครับ 

ประตูบ้านหลังหนึ่งถูกเปิดออก

         มารหนุ่มกับเรย์เดินก้าวเข้ามาอย่างช้าๆ มารหนุ่มผู้ถือกุญแจบ้านมันลงบนพื้นหลังจากไขแล้ว และมองหาสวิชไฟฟ้า

        เมื่อเปิดไฟจนสว่างก็พบว่าบ้านหลังนี้ใหญ่โต และทันสมัยมากพอดู

       “คุณซื้อบ้านนี้เหรอ” เรย์ถาม

       “ทำนองนั้น” มารหนุ่มตอบ “เจ้าของได้รางวัลไปโตเกียวดิสนี่แลนด์ทั้งครอบครัวสองอาทิตย์ เพราะงั้นบ้านหลังนี้เลยร้าง ชั่วคราว”

        เรย์มองรอบๆ บ้านก็พบว่าเป็นบ้านตกแต่งสไตล์ยุโรป ที่ดูไม่ค่อยจะเข้ากันนัก กำแพงมีรอยขูดขีดเล็กน้อย แสดงถึงเจ้าตัวเล็กในบ้าน มารหนุ่มลงนั่งโซฟาพลางหยิบ Tablet PC ของตนมาเปิดดูแปลนบ้านและระบบสัญญาณเตือนภัย ก่อนจะกดเปิดเครื่องปรับอากาศและจูนโทรทัศน์เข้ากับช่องข่าวแบบ 9 ช่องพร้อมกันบนจอเดียวแยกเป็นช่องเล็กๆ

        บ้านนี้มีสระว่ายน้ำ และเครื่องใช้ไฟฟ้าครบครัน แต่คนรับใช้ก็ลาหยุดไปในช่วงเทศกาลด้วย เป็นโอกาสให้มารหนุ่มเลือกหลบซ่อน ในภาวะที่ใครก็ไล่ล่าพวกเขา ใบหน้าสวยหวานของเรย์ตอนนี้ถูกประกาศจับในฐานความผิดร้ายแรงในสื่อ Internet และสื่อกระแสหลักรวมไปถึงค่าหัวของ FBI และองค์กรอื่นๆ อีกนับไม่ถ้วน

        แน่นอนการเช่าห้องพักด้วยการพรางตาของมารหนุ่มคงไม่ยากเย็น แต่ก็คงให้อิสระเรย์ไม่ได้มาก
        “คุณนอนห้องของบ้านนี้แล้วกัน ผมจะอยู่ที่โซฟานี่เอง” มารหนุ่มพูดพลางพลิกปิด Tablet PC และ หยิบนิตยสารที่กองอยู่แถวนั้นมาพลิกอ่านเล่น
        “ไม่ค่อยสบายใจเลยแฮะ” เรย์พูดพลางนั่งลงถัดจากเขาไปเล็กน้อย

         “หมายถึงที่ผมไม่พักที่ห้องพักน่ะเหรอ”
         “เปล่า หมายถึงการใช้บ้านคนอื่นเป็นที่หลบภัยสิ” เรย์พูดพลางมองกลับที่มารหนุ่ม

         เขายิ้ม “คุณโดนประการจับนะ เอาเป็นว่าคืนนี้นอนนี่ก่อน พรุ่งนี้จะหาที่พักใหม่ให้ คิดซะว่าเป็นบ้านของตัวเองก็แล้วกัน”

          “คำพูดนั้นมันควรออกจากปากเจ้าบ้านไม่ใช่เหรอคะ” เรย์ทวนคำพลางหยิบรีโมตมากดเปลี่ยนช่องโทรทัศน์เพราะเบื่อรายการข่าว

         “ทีวีมีแต่เรื่องไร้สาระนะ ประเทศคุณเนี่ย” มารหนุ่มพูดหลังจากรีโมทไปอยู่ในมือของเรย์

          “ช่วยไม่ได้ละนะ คนที่นี่มันแร้งแค้น โลกน่าเบื่อ โลกนิยายน้ำเน่าถึงเป็นสิ่งที่นิยม คนรวยๆ ไม่ต้องทำอะไรนอกจากชิงรักหักสวาทกันไปวันๆ นี่แหละของนิยมที่นี่”

             เรย์พูดจบก็พลิกหนังสือนิยายเล่มเล็กที่พกในกระเป๋าให้มารหนุ่มดู เธออ่านแต่นิยายนอกประเทศ และนิยายในประเทศชั้นดีบางเรื่องเท่านั้น แน่นอนตอนแรกเธออ่านทุกอย่าง แต่หลังจากสองปี มันเริ่มซ้ำซาก นิยายใหม่ๆ ไม่ดึงใจเธออีก เช่นเดียวกับละครหรือวัฒนธรรมต่างชาติที่ถาโถมเข้ามาก็ไม่ตรงจริตของเธอเท่าที่ควร

         “ว่าแต่เรารออะไรเหรอคะ ไหนคุณว่าจะโต้กลับพวกมัน”
          “ใช่ เราจะโต้กลับคืนพรุ่งนี้” มารหนุ่มพูด “แผนผมจะอธิบายให้ฟังตอนเช้า”

          เขาพูดจบก็ลุกขึ้นเดินไปที่โต๊ะ หยิบไวน์ที่ซื้อมาจากเคล้าช์ เปิดและรินให้เรย์พร้อมหยดเลือดลงไปสามหยด

           “ขอบคุณค่ะ” เรย์หยิบแก้วไวน์และกล่าวอำลาก่อนเดินขึ้นไปบนชั้นสองของบ้าน พร้อมพวงกุญแจสำรองที่มารหนุ่มวางไว้ให้ก่อนหน้า

            บ้านใหญ่ที่ไร้ผู้คน ดูวังเวงเหมือนกันสำหรับเด็กสาว แน่นอนเธอเป็นคนที่อยู่คนเดียวมานานหลังครอบครัวประสบอุบัติเหตุ แต่เธออยู่หอพัก ซึ่งเต็มไปด้วยผู้คน หลังจากมาอยู่กับมารหนุ่ม เธอไม่เคยอยู่ห่างเขาเท่าไหร่ยกเว้นตอนโดนจับไป ใช่ เธอไม่เคยพบกับความเงียบของการอยู่ลำพังอย่างมากมายขนาดนี้

         น่ากลัวชะมัด เรย์คิดในใจ เธอพลิกวางกรอบรูปหัวเตียงที่เป็นรูปสองสามีภรรยา และ กลับภาพแขวนผนังทิ้งเพราะมันให้ความรู้สึกว่าจ้องมองเธอ

        เรย์อาบน้ำจนเสร็จและเปลี่ยนเป็นชุดนอน หยิบไวน์แก้วที่ได้รับจากมารหนุ่มมาถือไว้

         เธอเลี่ยงการดื่มไวน์นี้ต่อหน้ามารหนุ่มมานานแล้ว และมารหนุ่มเขาก็ไม่ว่าอะไรแม้แต่น้อย เธอเลยทำแบบนั้นเรื่อยมา ถ้าจองห้องพักมารหนุ่มก็จะเลือกห้องขนาดใหญ่อยู่แล้ว เขาไม่เลือกพักโรงแรมเล็กๆ เหมือนครั้งที่เดินทางโดยไม่จำเป็น นั่นทำให้เธอทำได้

         ทุกครั้งที่เธอดื่ม เธอจะรู้สึกแปลกๆ เสมอ มารหนุ่มอธิบายว่าเป็นเพียงปฏิกิริยาเคมี แต่เธอรู้สึกว่าช่วงหลัง มันยิ่งรุนแรง นับวันเธอยิ่งดื่ม ก็ยิ่งรู้สึก ความรู้สึกแปลกที่อธิบายไม่ได้ และไม่รู้จะสรรหาคำอะไรมาบอกกับตนเอง เธอรู้แต่ว่าบางครั้งความรู้สึกนั้นยังติดตรึงอยู่ แม้ไม่ได้ดื่มเลือดของเขา

        แรกๆ มันก็รุนแรง ไม่นานก็ชิน แต่วันนี้มันกลับแรงขึ้นมาก แต่อย่างนั้นก็ยากจะหักห้ามใจ ของเหลวสีองุ่นถูกละเลียดดื่มทีละน้อยจนหมด ชักพาเด็กสาวโบยบินเข้าสู่โลกที่แสนจะโลดโผน และไร้การควบคุม

 

         มารหนุ่มลงไปเดินเล่นริมสระน้ำ ขณะมองดูแสงไฟดับลงจากห้องชั้นสอง

       “แสดงตนออกมาได้แล้ว”

        สิ้นคำมารหนุ่ม พริบตาทุกอย่างก็พลันหยุดลง ราวกับโลกทั้งใบถูกสะกดไว้

         ผิวน้ำ นิ่งสนิทราวกับเป็นแผ่นกระจก ขณะที่บางสิ่งค่อยๆ ร่อนลงจากท้องฟ้ายามราตรีช้าๆ

          พวกมันมากันสามตน อยู่ในชุดคลุมสีน้ำตาลแก่ ปิดคลุมหน้า และ มีตนนึงใส่ชุดสีดำสนิท ห้อยสร้อยเครื่องรางดูแปลกตาทำจากเครื่องเงิน ทั้งหมดสวมหน้ากากสีขาวไร้รอยเจาะสำหรับดวงตาและปาก

         ในผ้าคลุมดำมืด หนึ่งในนั้นกล่าวทักเสียงแหบพร่า

 “เราคือปีกแห่งนักเดินทาง ผู้อยู่มาก่อนกาล นานนับอสงไขย แจ้งนามของเจ้าไว้ ให้สภาได้เลือกสรร”

  “เจ้ารู้ข้าไม่เอ่ยนามตัวเองมาหลายพันปีแล้ว” มารหนุ่มตอบกลับ

 “แล้วปีนี้เล่า... “ ปีศาจที่คลุมหน้าถามอีกครา

“ข้าคือ อาวิส ผู้ครอบครอง สัญญาแห่งเมฟิสโตฟิลีส ปีศาจผู้ทิ้งชื่อ”

(Avis ภาษาละตินแปลว่านก)

 “คำสาปของเจ้ายังคงผล นอกจากตน และพวกข้า ปีศาจอื่นใดก็มิอาจเอ่ยนามเจ้าได้”

“เจ้าประกาศนามคราวนี้ แสดงว่ายอมให้สภาคัดเลือกเป็นปีศาจอาวุโสแล้ว” ปีศาจในชุดคลุมอีกตนพูดถาม “คราวนี้เจ้าถูกประกาศนามแล้ว”

    “ใช่” มารหนุ่มพูดเสียงดังและหนักแน่น

    “แต่ปีศาจทั้งหลายคงไม่อาจเอ่ยนามเจ้า” ปีศาจในชุดคลุมตัวแรกพูด

     “หากบอกว่าให้มารหนุ่มที่ไร้นาม ก็คงมีแต่ตัวข้าเท่านั้น” มารหนุ่มพูดตอบ ใช่ ปีศาจทุกตัวมีชื่อ และหยิ่งผยองในชื่อด้วยกันทั้งนั้น นอกจากเขาแล้วไม่มีใครที่ไม่เอ่ยชื่อตน

      “ถ้าเจ้าไม่ได้รับตำแหน่ง เจ้าจะเลือกใครเป็นปีศาจอาวุโส”

      มารหนุ่มได้ฟังคำถามเดิมๆ ก็เอ่ยชื่อของฮันท์ เพราะรู้ว่ามันคงง่ายหากจะฆ่าปีศาจตนนี้ สำหรับตัวมารหนุ่มเอง เพื่อให้สิทธิกลับไปสู่ปีศาจตนอื่น

       “มันตายแล้ว เจ้าเลือก เลือกใหม่”

            “ว่าไงนะ...” มารหนุ่มตกใจเล็กน้อย
            “งั้นอาคาธา....” มารหนุ่มเลือกชื่อศัตรูอีกชื่อ

 แน่นอนแม้อาคาธาจะเป็นฝ่ายที่อยากล้มสามเหลี่ยมอำนาจของปีศาจ และพวกปีกแห่งนักเดินทางรู้ดี แต่พวกเขาก็ไม่ได้หมดสิทธิในการเลือก

              “เลือกได้ดี...” ปีศาจตนสุดท้ายที่เงียบมานานพูดพลางผายมือให้เห็นกรงเล็บที่ซ่อนไว้ใต้ผ้าคลุม “ผลจะทราบให้เจ้ารู้ หลังนับขาน”

              สิ้นคำปีศาจเหล่านั้นก็ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าดำมืด และหายวับไปราวกับเป็นเพียงหมอกควันเท่านั้น

       

 

Comment

Comment:

Tweet

อ๋อopen-mounthed smile  อย่างนี้นี่เอง

#8 By ลอยลมเล่น on 2014-02-21 00:35

สร้างครับ เพราะจับมารหนุ่มไม่ได้มารหนุ่มเปลี่ยนหน้าตาได้เพราะเป็นปีศาจนักปลอมแปลง 
กลุ่มที่สร้างข่าวคือ N W O @loilanlom

#7 By วิหคสีคราม on 2014-02-21 00:32

ใบหน้าสวยหวานของเรย์ตอนนี้ถูกประกาศจับในฐานความผิดร้ายแรงในสื่อ Internet และสื่อกระแสหลักรวมไปถึงค่าหัวของ FBI และองค์กรอื่นๆ อีกนับไม่ถ้วน
อันนี้เพราะอะไรอ่ะ อ่านนานแล้วจำไม่ได้  หรือว่าพวกที่ตามล่าสร้างเรื่องขึ้นมาwink

#6 By ลอยลมเล่น on 2014-02-20 15:06

  สวัสดีปีใหม่จ้าแมวน้อย confused smile

#5 By nrintip(whitepingeon) on 2014-01-08 12:01

Hot! Hot! confused smile
สุสันตวันปีใหม่

#4 By ปิยะ99 on 2014-01-05 09:09

Hot! Hot! Hot! confused smile

มารหนุ่มมาแล้ว..^^

สวัสดีปีใหม่2014 นะครับconfused smile
Hot! Hot! Hot! open-mounthed smile

#2 By The Dream will not Die on 2014-01-03 12:46

Hot! Hot! Hot! Hot!

#1 By YiM-YiiM on 2014-01-03 08:21