การ์ตูนเข้าตั้งแต่ 5 ธันวาแล้ว มาพูดเอาตอนจะหมดเขตฉาย
ก็เพราะบทความนี้อยากเรียบเรียงให้ดีที่สุดครับ

ผมมีโอกาสได้ดู Frozen การ์ตูนดัง จากค่าย Disney ตั้งแต่ช่วงกระแสตื่นเต้น ทาง Facebook ใหม่ๆ นั่นแหละ
แต่ดูเสียง Eng Zoom แอบหวั่นกลัวจะเหมือน การ์ตูนเพลงเรื่องอื่นๆ ของ ดิสนี่ Disneyอนิเมชั่นสุดน่ารัก แสนอบอุ่นเหมาะกับช่วงเทศกาล

เล่นเอาบ้าไปเลยชอบมากๆ ด้วยเรื่องราวที่อินกว่าตอนดูเรื่องราพันเซลอีก

อย่าถามว่าผมดูกี่รอบ ฟังเพลงกี่ครั้ง ไม่สุภาพครับ…

Frozen-disney-frozen-34977338-1600-900-600x337

อนึ่งงานศิลป์แล้วแต่ผู้รับสารจะตีความ ไม่จำเป็นต้องเก่งหรือมองมุมเดียวกับผม แต่โดยรวมผมเริ่มรู้สึกรับรู้ว่า
งานเรื่องนี้ ลึก และมีมิติ ไม่แพ้เรื่องหลายเรื่องจากค่าย Pixar เลยทีเดียว มันทำให้ผู้ใหญ่หัวใจเด็กสามารถเดินเข้าไปในโรง
และได้ความสุข เด็กๆ ได้ความสวยงาม ตามฉบับของ Disney ความอลังการของเพลง แง่คิดคติที่แฝงมาในเรื่องราว

และแน่นอนว่าบทความนี้คงจำเป็นต้องสปอย

เพราะเหมือนน้ำแข็งเนื้อเรื่องคงไม่สามารถละลายได้ ถ้าหากไม่เผยเรื่องราวของมันเอง

เรื่องราวกำเนิด Frozen

จากพล็อตง่ายๆ ที่ไม่ง่าย คือ จู่ๆ เจ้าหญิงองค์โต เอลซ่า แห่งอาณาจักรแห่งเอเรนเดลล์  ก็มีพลังแห่งน้ำแข็งมาแต่กำเนิด
และหญิงองค์เล็กอันนา สองศรีพี่น้องก็เติบโตด้วยกัน วันนึงระหว่างเธอใช้พลังน้ำแข็งก็พลั้งมือด้วยอุบัติเหตุทำให้น้องสาวบาดเจ็บ
จนปอยผมเปลี่ยนเป็นสีขาว พระราชาหลังไปแก้ไขกับพวกโทรลล์ เขาก็เลือกให้เอลซ่าทำเหมือนที่พ่อแม่คนอื่นๆ ทำเมื่อลูกไม่เหมือนคนอื่น
คือ พยายามทำให้ลูก “เป็นปกติ” ถ้ายิ่งคิด ยิ่งมีพลังมากขึ้น นับวันก็ยิ่งรุนแรง

พระราชาจึงสั่งให้ “ shut the door” หรือปิดกั้นวังทั้งหมด และเลี้ยงทั้งสองไว้แบบนั้นจนกระทั่งทั้งพ่อและแม่ก็ด่วนจากไปด้วยอุบัติเหตุ

พอถึงวันขึ้นครองราช ของเอลซ่า ประตูก็เปิดอีกครั้ง อันนาผู้อ่อนต่อโลกจึงดีใจอย่างที่สุด เธอมองหารักแท้ตามแบบขนบ
นางเอก Disney ทั่วไปจนเธอค้นพบ ฮาน เจ้าชายรูปงามจากต่างเมือง เธอตกหลุมรักอย่างรวดเร็วและบอกว่านั่นคือรักแท้
เมื่อไปขออนุญาตแต่งงานกับฮานต่อหน้าพี่สาว ทั้งสองจึงทะเลาะกัน ฉากที่ว่า

นั่นคือจังหวะที่เธอเสียใจอย่างมาก และเผลอทำให้ชาวเมืองทั้งหลายได้เห็นพลังของเธอ
ทำให้เธอเปลี่ยนเมืองทั้งเมืองเป็นเมืองในหิมะในที่สุดโดยไม่ตั้งใจ

เมื่อเธอหนีไป เธอพบว่าตัวเองก็เป็นอิสระได้ หากอยู่ลำพัง

ส่วนน้องสาวก็คิดว่าเป็นความผิดเธอ เธอจึงไปพยายามคุยแก้ปัญหานี้
และได้พบกับ คริสตอฟฟ์ ชายขุดน้ำแข็งจากเขตหนาวเย็นมาขาย ซึ่งตกงานเพราะหน้าร้อน
หมดไปในทันที และว่าจ้างให้พาขึ้นไปยังจุดที่พี่สาวเธออยู่

จนได้พบกับ โอลาฟ

ตุ๊กตาหิมะเอลซ่าเคยปั้นในตอนยังเด็ก และเป็นสิ่งแรกที่เธอเสกขึ้นมาหลังจากออกมาจากเมืองแล้ว

โอลาฟ ได้พาทั้งสองไปหาเอลซ่า แต่ทว่าเธอไม่รู้วิธี เธอเครียดจัดและเผลอใช้พลังน้ำแข็งไปที่หัวใจของน้องสาว
ทำให้คริสตอฟฟ์ต้องพาไปหาโทลล์อีกครั้ง (ตอนต้นเรื่องเขาเคยเห็นมาแล้วเพราะรายนี้ แกชอบน้ำแข็ง เลยตามไป)

โทลล์ก็บอกตามสูตร รักแท้ซ่อมได้ คริสตอฟฟ์จึงพาไปหาฮานเพื่อจุมพิตรักแท้
ขณะที่ ฮาน เจ้าชายหนุ่มก็เห็นม้าของเขากลับเข้าเมือง
มาลำพังจนนึกว่า อันนาหายตัวไป จึงตามไปหาราชินีเอลซ่า และจับกุมตัวเธอมาได้

หลังจากฮานออกลาย ว่าฉันไม่ได้รักเธอหรอก
และทิ้งให้ อันนาตาย ยังดีที่ได้โอลาฟ มาช่วยไว้
ขณะที่คริสตอฟฟ์พยายามเดินทางไปช่วยเพราะเห็นกลุ่มเมฆในเมือง
ระหว่างเอลซ่ากำลังหนี
ฮานก็อาศัยจังหวะบอกกับเอลซ่าว่าเธอทำให้น้องสาวตาย เพื่อให้เธอเศร้า
หมายจะฆ่าเธอแล้วนำฤดูร้อนกลับมาแทน เพื่อเอาดีจากการปกป้องเมืองนี้
อันนาที่เห็นดังนั้น ก็เข้าขวางจนกลายเป็นน้ำแข็งไป คำสาปจึงคลายลง
หลังจากการกระทำของรักแท้(ต่อพี่) และอ้อมกอดของพี่สาว
จบ happy ending ตามสูตร

แนวคิดของเรื่อง Frozen

แกนของเรื่อง ทำให้ผมนึกถึงสำนวนฝรั่งเวลาเขาอยากทำความรู้จักใครสักคน
เขาจะใช้คำว่า break the ice
สังเกตุดีๆ นอกจาก Jack Frost ตัวเอก มักไม่มีพลังน้ำแข็งกับเขาเท่าไหร่นัก
ในโลกแฟนตาซี หิมะมักเป็นตัวแทนของความน่ากลัว เพราะมันแทนความแหลมคม
เย็นจนกัดผิวได้ ความหนาวเหน็บทำให้พืชพรรณต้องตาย หรือก็คือความตาย การปิดกั้น

วลีไขปริศนาสำคัญในเรื่อง อยู่ที่ตัวละครสุดน่ารักอย่าง

โอลาฟ

วลีแนะนำตัวที่โอลาฟ พูดกับอันนา
(ซึ่งเป็นคำเดียวกับเอลซ่าที่ปั้นขี้นพูดเมื่อครั้งยังเป็นเด็กปั้นตุ๊กตาหิมะกันสองพี่น้อง)

” ฉันชื่อโอลาฟ และฉันชอบกอดที่อบอุ่น…”

ฉากจบที่เอลซ่ากอดน้องสาวจึงใช้ความรัก ละลายพลังน้ำแข็งในหัวใจของเธอได้
เช่นเดียวกับการกระทำของน้องสาวจากส่วนลึกของจิตใจที่สามารถสละชีวิตเพื่อช่วยพี่สาว
จากน้ำมือ เจ้าชายชั่วด้วยรักอันบริสุทธิ์ ตบหน้าธรรมเนียมขนบเดิมๆ ของ Disney ที่ว่าถึงความรักหนุ่มสาว
และครอบครัวก็ไม่จำเป็นต้องเป็นพ่อแม่อย่างเดียว พี่น้องก็ได้ด้วย

โอลาฟ แทนช่วงเวลาความสนุกในวัยเด็กที่ขาดหาย
เด็กๆ อเมริกันก็ต้องเคยไปปั้นตุ๊กตาหิมะกันบ้าง
โอลาฟใฝ่ฝันอยากสัมผัสฤดูร้อน เป็นตัวแทนของความเด็ก ความไม่รู้
เพราะเขาไม่เคยรู้จักความร้อนมาก่อน (แหงล่ะ ได้ละลายกันพอดี)

“ใครบางคนคุ้มค่าที่จะละลาย… ” โอลาฟทำได้ดีในฐานะตัวละครตลกที่สร้างสีสันให้เรื่อง
และทำเอาผมหัวเราะ
ตอนดูครั้งแรก ตอนที่โอลาฟเปิดใหญ่เด้วยพลง in Summer

มันช่าง เดอะซาวออฟมิวสิกสิ้นดี 55+

และตัวโอลาฟเองก็แสดงให้เห็นการมองโลกในแง่ที่เป็นบวก เป็นสิ่งแรกที่พี่สาวเธอสร้างหลังเป็นอิสระ
อาจจะเพราะจุดนี้ก็เป็นได้นะ

forzen

เอลซ่า 

ในความจริง ตัวละครนี้เหมือนจะออกแบบครั้งแรกให้ดูร้ายแต่แท้จริงผมว่ามีเสน่ห์
และถือเป็นนางเอกของเรื่องนี้ก็ว่าได้
สำหรับผมมันสื่อถึงการ “รับมือกับความแตกต่าง”

พ่อแม่ที่ไม่เข้าใจก็มักอยากให้ลูกเหมือนคนอื่น เก่งแบบที่สังคมต้องการ
พ่อแม่หลายคนเห็นลูกนั่งเฉยไม่ได้ ก็พาไปหาจิตแพทย์ ทั้งๆ ที่จริงๆ เด็กคนนี้อาจจะเกิดมามีพรสวรรค์
ในการเต้นรำ การเคลื่อนไหว

ในบทเพลง The First Time in Forever ส่วน เอลซ่าช่วงแรก จะร้องในทำนองว่า
Don’t let them in. Don’t let them see. Be the goodgirl you always have to be
การตายจากไปของพ่อแม่ ทำให้คนเป็นพี่ต้องเข้มแข้ง ปิดกั้นตัวเอง
เป็นผู้ใหญ่ให้เร็วที่สุด สิ่งนี้พรากความสนุกและเมินเฉยต่อพรสวรรค์

ทำให้ในช่วงที่เธออิสระเนื่องจากหนีมาแล้ว ในเพลง Let it go

พลังน้ำแข็งทำให้ทุกสิ่งกลายเป็นเกล็ดรูปร่างได้ดังใจ ถือเป็นสิ่งที่แสดงออกถึงความคิด
ความคิดสร้างสรรค์ที่ต้องหมดลงเมื่อเป็นผู้ใหญ่

เพลงนี้เสมือนการปลดปล่อยคำสาปความจริงแล้วเอลซ่ากลัวทำให้น้องบาดเจ็บ
พรสวรรค์ของเธอจึงกลายเป็นคำสาปสำหรับเธอ ที่มิอาจควบคุมได้
และความกลัวที่เป็นศัตรูก็หาใช่ใครอื่นนอกจากความกลัว
ในจิตใจของตนเอง หลังจบเพลง Let it go ประตูเกล็ดน้ำแข็งก็ปิดลง
เสมือนอิสระที่ไม่สมบูรณ์ การช่างมันฉันไม่แคร์ ฉันจะเป็นตัวฉันเอง

บางครั้งก็อาจจะหมายถึงการ ผลักไสคนอื่นออกไปก็เป็นได้นะ

อันนา

สาวน้อยผู้ร่าเริ่งสดใส ซุมซ่าม แก่นแก้ว ตามแบบฉบับนางเอก Disney ชัดๆ ซึ่งความจริงเธออ่อนต่อโลก
และไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำ ถูกหรือว่าผิด หากไม่มีคริสตอฟฟ์ เธอก็อาจจะตายไปแล้วจากการตัดสินใจของเธอ

แต่สิ่งที่เธอมีคือการยอมรับ และเพลงที่เพราะที่สุดในเรื่องนี้เพลงนึงก็คือเพลง The First Time in Forever
ที่ผมชื่นชอบที่สุด คือ ช่วงที่สอง ที่พยายามพาพี่สาวกลับไป

“พี่ก็แค่ละลายมัน เชื่อสิ พี่ต้องทำได้ ฉันรู้ พี่ต้องทำได้ เราจะเผชิญหน้าไปด้วยกัน”

ในยามที่ลำบาก เราไม่อาจทอดทิ้งใครไปได้ นั่นคือสิ่งที่สื่อ เราจะทำด้วยกัน เธอเชื่อมั่นในตัวพี่สาวของเธอ
เรา ไม่ใช่ ฉันหรือเธอ ขณะที่พี่สาวหวาดกลัวและคิดแต่ว่าคำสาปนี้อันตรายสำหรับน้องเธอ
เธอขังตัวเองอยู่ในปราสาทหิมะ ที่เธอคิดว่ามันอิสระ

ปมในเรื่อง ในฉบับภาษาอังกฤษใช้คำว่า ปิดประตู เป็นส่วนใหญ่
เพราะเธออยากให้ทุกคนเปิดใจ เฉกเช่นเดียวกับเธอเพราะ

” ไม่มีใครอยากอยู่คนเดียวหรอก ”

คริสตอฟฟ์ 
ตัวประกอบ เอ๊ย พระเอกของอันนา ผู้ซึ่งถูกสมาคมผิวสีของอเมริกา จวกการ์ตูนเรื่องนี้เข้าเต็มๆ
เพราะ คริสตอฟฟ์แท้จริง การแต่งกาย และแถบที่อยู่ในเรื่องมันพ้องกับชาว sami ซึ่งไม่ใช่หนุ่มผิวขาวอเมริกันบอยแบบนี้แน่ๆ
แถมยังมีคู่หูสัตว์เลี้ยงเป็นกวางอีก (อยากบอกเหมือนหมาไม่ต่างจากเรื่องราพันเซลเลย)

คริสตอฟฟ์ นอกจากจะจืดจางแล้ว กว่าโอลาฟจะรู้ว่าเขาไม่ได้ชื่อ เฟ้นน์ (ชื่อกวางพระเอก)
เพราะ “เจ้าหน้าลานี่ใคร…” (หมายถึงพระเอก) แต่นางเอกนึกว่าพูดถึงกวาง
แล้วเจ้าเรนเดียร์นี่ล่ะ… อ๊ะ ชื่อเหมือนกันเลยจำง่ายดี….

ไม่ใช่เฟ้ย กรูพระเอกนะ…!!!

คริสตอฟฟ์ ถือเป็นกลไกของเรื่องที่สำคัญ เขาแทนชีวิตในโลกความจริงอันโหดร้าย งานห่วย เธอโตในโรงนาหรือไง
เราจะรักคนที่พึ่งพบกันไม่ได้หรอกนะ…!!! เธอจะรู้ได้ไงว่านั่นคือรักแท้….!!! หยุดมโนได้แล้วววว

ฮาน

ตัวละครหลอกคนดูตั้งแต่ต้นเรื่อง เสมือนตัวร้ายแอบแฝงในนิยายฆาตกรรมห้องปิดตายทั่วไป
คือ ฮาน มีบุคลิกล้อเลียนพระเอกของ Disney ทุกอย่าง หล่อ เป็นเจ้าชาย ดูซื่อ
แถมยังแจกผ้าห่มกู้ภัยหนาว ในยามที่เอลซ่าเสกน้ำแข็งท่วมเมือง

ทว่าสุดท้ายก็ออกลายชั่ว น่าเศร้า ผู้เกิดมามั่งมี แต่ก็ยังกระหายบัลลังก์
อยากได้เมืองของสองพี่น้อง สุดท้ายก็เลยต้องรับกรรมไปตามระเบียบ
คนหน้าตาดี พูดจาดี ดูไร้พิษภัย แท้จริงอาจจะเป็นปีศาจร้าย

เรื่องนี้เขาไม่ใช่ตัวโกง หากแต่คือ “ความจริง”
ที่รูปลักษณ์ ฐานะ การศึกษา ไม่ได้การันตีว่าจะเป็นคนดี จริงๆ

แน่นอนเรื่องนี้ผมให้ 10 เต็ม ผมประทับใจกว่าราพันเซลที่ ทีมงานนี้เคยสร้างเสียอีก เพลงก็เพราะ
พากษ์ไทย คุณหนูนา และ แก้ม ทำได้ดีกว่าที่ผมคิดไว้มาก อารมณ์และเสียงใกล้เคียงกันมาก
หากลังเลเรื่องดูพากษ์ไทยขอบอกว่าไม่ต้องกลัว สามารถดูได้แน่นอน
แม้บางวลีอาจจะไม่ตรงไปบ้างก็ตาม

ข้อสังเกตเล็กๆ ฮานร้องเพลง Love Is open the door
เสียงจะไม่ผสานกันแบบพระนาง ทั่วไปของดิสนี่นัก
http://youtu.be/FZGl6zs_Bg0

ปล

Disney on ice ปีนี้ ก็เรื่องนี้แหงๆ
ชุด เอลซ่า นี่ก็แนวที่ นักสเก็จน้ำแข็งเขาใส่กันอยู่แล้วชัดๆ ดูตอนแรกไม่คิด มัวแต่ตะลึงกะสาวมั่นใจพลังน้ำแข็งแสนน่ารัก
แต่มาดูแล้ว อ๊ะ มัน set ไว้แล้วนี่ โอลาฟ นี่ทำชุดมนุษย์น้ำแข็งได้พอดี

สินค้าขายดี คงไม่พ้นชุดเจ้าหญิง สองพี่น้อง คริสตอฟฟ์เผลอๆ ขายไม่ออกถ้าไม่แถมกวางเช่นเคย นายน่าเศร้ามากเลย
นอกจากเป็นประเด็นขัดแย้งเรื่องการ์ตูนคนขาวไม่มีผิวสี นายยังกลายเป็นของเหลือในร้านของเล่นอีกเหรอ
ใช่สิ ไม่หล่อร้ายแบบพระเอกราพันเซลนี่ ชิ

คู่จิ้นข้ามค่าย เอลซ่า แจ็คฟอร์ส มาแล้วเพียบๆ Fic ยังมี ผมว่าแจ็คฟอร์สแสดงถึงความสนุกสนานนะ
อาจจะเข้ากันก็ได้ แต่ถ้าวัดกันที่พลัง เอลซ่า สร้างปราสาทและสิ่งมีชีวิตได้ เรียกได้ว่าเผลอๆ เก่งกว่าราชินีน้ำแข็งใน นาเนียรอีก

Comment

Comment:

Tweet

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
อยากดู big smile big smile

#4 By YiM-YiiM on 2014-01-02 12:01

สุขสันตวันปีใหม่จ้ะ

#3 By ปิยะ99 on 2013-12-30 21:05

เลิศค้าๆๆๆๆbig smile
ยิ้มๆๆ. น่าไปหามาดูบ้างแล้วววว

#1 By '''Noo Yui'''''' S m i l e...>> on 2013-12-18 16:41