chapter 47 แบบแห่งศาสตราวุธ

posted on 13 Dec 2013 02:49 by theevilaspire in novel directory Fiction

เฮ้ย มันดองมานานแล้วไม่ใช่เหรอ

เรื่องตอนก่อนเป็นไงวะ

ใครๆ เค้าก็ดองกัน มันโผล่มาจากไหน 

ตอนที่แล้วมันเมื่อไหร่

เบื้องหน้าที่ท่านเห็น สำหรับผู้ไม่รู้ มันคือนิยายเรื่องยาวเรื่อง มนตราสัญญาเลือด

เรื่องย่อ นิยายเรื่อง มนตราสัญญาเลือด

เกร็ดนิยายและประวัติตัวละคร

ชอบไม่ชอบคอมเม้นต์กันหน่อยนะครับ 

บทก่อนแม่ม กุมภาพันธ์ปีก่อน OMG... 

chapter 47 แบบแห่งศาสตราวุธ 

ช่วงหลังฤดูหว่านไถ
ตำหนักนกยูงดำถูกซ่อนซุกอยู่ในม่านหมอก
ยามนี้ เหล่าขุนนาง หรือแม้แต่ชาวบ้านจะจัดงานบูชาเจ้าแม่แห่งสายน้ำ
เพื่อหวังให้ผลผลิตอุดมสมบูรณ์ตลอดปี ชาวบ้านจะเฉลิมฉลองอยู่หลายวัน
แม้ในเขตปกครองของมารหนุ่มเองก็เช่นกัน กองทัพของมารหนุ่มหายไปหมด
เพื่อลดความกดดันที่เกิดขึ้นก่อนหน้า เขาให้ชาวบ้านฉลองตามใจ
โคมไฟและแสงสีถูกจุดไปทั่วเมือง ผู้คนก่อกองไฟ ร้องเพลง เต้นรำด้วยความยินดี

มารหนุ่มบนระเบียงตำหนักนั่งดูแสงไฟและฟังเสียงดนตรีของชาวบ้าน
โดยมีองค์หญิงเพ่ยหลิงรินสุราให้อยู่ไม่ห่างกันนักในผ้าผืนเดียวกัน
พร้อมสนมซ้ายขวาที่คอยจัดของเสวยให้แก่ทั้งสอง

           “ถ้าข้าทำให้ฝนตกตลอดปีได้ ชาวบ้านจะมีความสุขแบบนี้ไหม”
มารหนุ่มเอ่ยถามหลังดวงตาสีแดงมองดูเหล่าชาวบ้านด้านล่าง สายตาของเขามองผ่านนกมากมายพวกมันเผยให้เห็นภาพความสุขของชาวเมืองได้มากกว่าทุกวัน

         “ท่านเป็นปีศาจจิ้งจอกพันปีหรือไง” องค์หญิงกล่าวย้อนพลางจับที่ใบหูของมารหนุ่มเชิงจะล้อเล่นว่าหูเขาแหลมขึ้นบ้างไหม

          “ชาวบ้านมีความสุขแล้ว ในการปกครองของท่าน นายท่าน” เพ่ยหลิงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน “พวกเขากินอิ่ม และระบบชลประทานของท่านก็ช่วยให้ยุ้งฉางเราเต็มไปด้วยข้าวเปลือก”
          “แต่พวกเขาก็ยังหวาดกลัวในหัวใจ” มารหนุ่มมองดูจอกเหล้าทองคำที่สั่นน้อยๆ จากสนมที่รินให้ด้วยความประหม่า และพยายามยื่นให้แก่เขาด้วยใจที่หวั่นเกรง
          ต่างจากเพ่ยหลิงที่ดูจะเข้าใจสนมผู้นั้นดี และรับจอกนั้นส่งให้มารหนุ่มเสียเอง พร้อมกับส่งสายตาให้สนมนางนั้นว่าไม่เป็นไร ขณะเลี่ยงให้มารหนุ่มจับสังเกตเรื่องนี้ไปพร้อมกัน

           “ท่านทำยังไงกับนกพวกนั้น นกเป็นสัตว์ที่ไม่เคยไว้ใจใคร ทำไมท่านถึงสนิทกับพวกมันได้ล่ะ” เพ่ยหลิงเปลี่ยนเรื่องทันทีที่มองเห็นแววตาของมารหนุ่มที่เริ่มจับจ้องยังสนมที่ตื่นกลัว

           เขาหยุดคิดครู่หนึ่งก่อนหันไปตอบผู้ดูแลของตน
           “พวกนกเป็นเพื่อนข้า... ข้าขอร้องพวกเขา นกเปราะบางมาก พวกเขาถูกสอนว่าทุกอย่างทำเขาเจ็บได้ ข้าแค่บอกว่าจะไม่ทำร้าย แน่นอนบางตัวอาจจะกลัวบ้าง แต่ข้าก็ไม่ถือโทษ”
          “งั้นโปรดทำเช่นนั้นกับราษฎรข้า ได้ไหมนายท่าน”

          “ข้าแค่อยากจะปกป้องเจ้า... แค่ด้วยเพียงความคิดคำนึงนั้น ข้าไม่อยากให้เจ้าถูกมองในแง่ร้าย”

           เพ่ยหลิงได้แต่ยิ้มเธอจ้องมองแววตาสีแดงของเขา ลูบเส้นผมสีดำ และดึงเขาสู่ห้วงแรงปรารถนา และประทับริมฝีปากเขาอย่างแผ่วเบาด้วยริมฝีปากอ่อนนุ่มของนาง

 

ปัจจุบัน

       เหตุการณ์ประท้วงเกิดขึ้นทั่วแถบเอเชียจากความไร้ระเบียบเนื่องจากความอ่อนแรงของเหล่าปีศาจอาวุโส ปีศาจโลกใหม่พยายามชิงอำนาจเริ่มใช้หมากเดิมๆ มารหนุ่มที่ใช้เครื่องบินส่วนตัวมาลงยังประเทศใกล้เคียงกับประเทศบ้านเกิดของเรย์ ค่อยๆ เดินทางเข้าเขตประเทศของเรย์ด้วยรถยนต์ ร่างจำแลงของมารหนุ่มตอนนี้เป็นเศรษฐีชาวอาหรับ เขาบอกว่าเขาไม่ชอบชาวอาหรับพอๆ กับชาวฝรั่งเศส แต่ก็จำใจทำเพราะด้วยวิธีนี้การตรวจสอบจะลดลงไปมาก และการติดสินบนด้วยเงินจำนวนมากๆ ก็ไม่ผิดสังเกตอีกด้วย

        “ชาวอาหรับ กับชาวฝรั่งเศสไปทำอะไรให้เจ้านายไม่พอใจเหรอคะ” เรย์ถามขณะนั่งรถข้ามชายแดนเข้าสู่ประเทศบ้านเกิดเธอ เห็นว่าจากแผนที่เขาจะต่อเรือไปยังเกาะแห่งหนึ่งอีกด้วย
        “วัฒนธรรมอาหรับบ่มเพาะนิสัยไม่ค่อยดี ผู้ดูแลเก่าผมเป็นแม่ค้าเจอเรื่องมาเยอะ ส่วนพวกคนฝรั่งเศสนอกจากนิสัยแย่ๆ แล้ว อาหารจานเด็ดของพวกเขาคือนกพิราบ...คงพอเข้าใจนะ”  มารหนุ่มตอบก่อนหันมายิ้มกับเรย์

        “ไม่น่าเชื่อว่าประเทศของฉันจะมีปีศาจแต่หนแรกอยู่ ซ่อนของใหญ่ขนาดนั้นในพื้นดินยิ่งฟังยิ่งไม่ Make sense ไปกันใหญ่”

         “Make sense ยังไงไม่เข้าใจ”
         “ดูไม่ค่อยเข้าท่านักจากที่คุณอธิบายมา แค่เรื่องแถบนี้เป็นต้นกำเนิดวัฒนธรรมโลกก็ฟังดูไม่น่าเชื่อถือพอแล้ว”

         “แถบนี้ครอบครองอาณาเขตถึงจีนแผ่นดินใหญ่เชียวนะ คุณก็รู้ว่าสมัยก่อนมันไม่มีเส้นแบ่งแผนที่ชัดเจน แถวนี้เต็มไปด้วยความหลากหลายทางชีวภาพขนาดไหน อีกอย่างชาติที่เจริญแล้วก็สนใจขุดค้นโบราณคดีมากกว่าประเทศด้อยพัฒนาด้วย”

         “ฟังแล้วเจ็บปวดชะมัด” เรย์พูดพลางพลิกสมุดจดของเธอ และเขียนสิ่งเพิ่มเติม

         “ว่าแต่ คุณคิดว่าเด็กคนนั้นต้องการอะไรจากคุณถึงติดต่อคุณเข้ามาตอนนี้” เรย์ถามหลังจากมองดูมารหนุ่มที่กำลังพิมพ์ข้อความโต้ตอบ จอห์นสัน เคล้าช์ เด็กหนุ่มช่างทำอาวุธปีศาจที่มารหนุ่มเคยไปสั่งทำขนนกอาวุธของเขาเมื่อไม่นานมานี้

           “เขาเสนอขายข่าวบางอย่าง เราต้องกลับไปที่พักของ เคล้าช์” มารหนุ่มตอบกลับไป ขณะพิมพ์ข้อความกลับไปว่ากำลังเดินทางไป

 

          “หวังว่าคงจะไม่ใช่กับดักนะ” มารหนุ่มรำพันหลังมองข้อความระบุพิกัดแผนที่

 

        จอห์นสัน เคล้าช์ เปลี่ยนที่พักไปเรื่อยๆ แต่ที่พวกปีศาจหาตัวได้จากการติดต่อ สมัยโบราณช่างทำอาวุธปีศาจจะพำนักยังปราสาทของปีศาจแต่ละตนไปเรื่อยๆ ในเวลาที่ยุครุ่งเรืองของอุตสาหกรรม ช่างทำอาวุธปีศาจหลายตระกูลเสื่อมความนิยมลง และหันไปผลิตอาวุธประหัตประหารมนุษย์ในสงครามแทน บ้างก็พัฒนาใหญ่โตจนกลายเป็นบริษัทขนาดใหญ่


ส่วนตระกูลของ จอห์นสัน เคล้าช์ กลับเลือกหลบเร้นในความมืด ขายข่าวและทำอาวุธให้ปีศาจบางกลุ่มที่ยอมจ่ายสูงกว่าปีศาจตัวอื่นมากๆ

 

        รังของ เคล้าช์คราวนี้เป็นท่าเรือขนส่งสินค้าขนาดเล็กของเอกชน หลังมารหนุ่มลงจากสนามบินต้องขับรถต่อไปอีกเกือบมืดค่ำ เข้าไปยังเขตเขาลัดเลาะไปยังเขตท่าเรือ

        หลังจากถึงที่หมายมารหนุ่มเดินตามสัญลักษณ์ไปจนเจอตู้คอนเทนเนอร์เก่า มีตราสัญลักษณ์ รูปดวงตา เขาจึงหมุนล็อกเพื่อเปิดมัน จนพบประตูไม้อันเดิม

       แต่พอเข้ามาด้านในก็พบทางเดินเข้าสู่ชั้นใต้ดินที่สว่างไสว ไปด้วยแสงไฟนับไม่ถ้วน

พื้นถูกปูด้วยวัสดุมันเรียบ และเป็นชั้นใต้ดินที่กว้างมากๆ ตรงกลางห้องมีโมเดลจำลองกองอยู่ พร้อมกับ เคล้าช์ เด็กหนุ่มผมไม่เป็นทรงในชุดเหมือนชุดนอน กำลังนั่งกดเกมส์พกพารุ่นใหม่ที่พึ่งวางจำหน่าย ท่ามกลางโมเดลที่วางอยู่รอบๆ และ มีน้ำชาถ้วยเล็กๆ อยู่ใกล้ๆ

        “มาแล้วเหรอ” จอห์นสัน เคล้าช์เอ่ยทักทายผู้มาเยือนโดยไม่ได้เงยหน้ามอง

        “ไหนข้อมูลที่จะขาย” มารหนุ่มเลิกทักทายเพราะดูแล้วอีกฝ่ายคงไม่ต้องการพิธีรีตองอะไร

         เคล้าช์ ไม่ทำอะไร แค่กดสัญญาณไฟของโมเดลรถดับเพลิงที่วางใกล้ๆ ตัวแล้วเล่นเกมต่อไป

 

         หลังสัญญาณดัง พื้นใกล้ๆ ก็ยกตัวขึ้น เผยให้เห็นกรงกระจก สีเหลี่ยมขนาดใหญ่พอควรค่อยๆ ดันตัวขึ้นมา

        เด็กหญิงชาวยุโรปในชุดคนเสื้อคนบ้า ผมสีทองไว้เปียสองข้าง อายุคงราวสิบสาม ใบหน้ามีร่องรอยการรักษาบาดแผลเล็กน้อย ในท่าทีไม่สบอารมณ์นัก
       ดวงตาสีฟ้าเป็นเอกลักษณ์ชัดเจน ใช่ เธอคือ ไอริส เด็กสาวผู้สืบทอดตระกูลช่างทำอาวุธปีศาจอันเลื่องลือ แต่ตอนนี้หันไปวิจัยอาวุธสำหรับการสงคราม แน่นอนว่ายังทำอาวุธให้ปีศาจใช้อยู่เช่นเดิม แต่ทันสมัยขึ้นและพัฒนา ชีวะอาวุธอีกด้วย

         “เธอเป็นใครกันคะ” เรย์ถามหลังมองดูก็พบว่าเป็นมนุษย์ แต่ถูกจองจำในกรงกระจกราวกับเป็นสัตว์ร้าย

           “ไอริส ช่างทำอาวุธปีศาจ อันดับสอง” เคล้าช์ พูดเน้นคำขณะกำลังเล่นเกมส์อยู่ “แค่อันดับสอง”

            ไอริสเบ้ปาก “พวกขี้แพ้”

            “สัญญาว่าถามจบแล้วจะทำให้เธอตายอย่างทรมาน จะยกให้ฟรีๆ ก็ได้” เคล้าช์พูดพลางโยนเกมส์ลงกับพื้น แล้วหันไปจับเครื่องบินจำลอง

             “เธอมาอยู่นี่ได้ยังไงสาวน้อย” มารหนุ่มพูดขณะจ้องมองเธอด้วยแววตาสีแดง

            ไอริสเลี่ยงสายตาด้วยท่าทีเย่อหยิ่ง

             “ฉันโดนหักหลัง จบนะ ฆ่าก็ฆ่าเสียเวลา”

            “ใครหักหลังคนเหลี่ยมจัดแบบเธอได้” มารหนุ่มถามย้อนไป

            “ปีศาจ ชื่ออาคาธา ที่ใช้ร่างเด็กสาวใสๆ ดูลวงโลก” ไอริสพูดตอบเป็นภาษาอังกฤษแบบง่ายๆ เพราะดูปฏิกิริยาของเรย์ทำทีเหมือนจับสำเนียงเธอไม่ทัน

           “เล่าสัญญาครั้งนี้มา แล้วข้าจะปล่อยเจ้า...” มารหนุ่มพูด

            “เฮ้ ไม่สะกดจิตหลอนประสาทเธอเหรอ” เคล้าช์ท้วง ขณะกำลังเล่นโมเดลเครื่องบิน

           “จะทำแบบนั้นไปทำไมกัน” มารหนุ่มตอบเคล้าช์ เคล้าช์ได้แต่ยิ้มขำๆ

           “เออๆ สนุกกันมาก บอกก็ได้” ไอริสพูดเป็นภาษาอังกฤษ

            เธอบรรยายว่า เธอทำงานกับอาคาธา จ้างผลิตตามแบบอาวุธสุดพิเศษโดย อาคาธาเขียนแบบแปลนอาวุธนั้น และ กำหนดวัสดุต่างๆ รวมไปถึงการนำแร่ธาตุหายากบางชนิดมาให้ด้วย และจ่ายเงินสดแบบสะอาดอย่างมากมายเป็นค่าผลิต
           พร้อมเสนอทองอีกนับไม่ถ้วนในวันสั่งจ่ายสินค้า ที่นี่ แต่หลังวันรับมอบเธอกลับถูกปีศาจนับสิบล้อมและฆ่ากองทหารอารักขาของเธอจนหมด เธอหนีมาได้เพียงคนเดียว และถูกเคล้าช์พามารักษาแผลที่นี่ ก่อนจะขังไว้ในตู้กระจกเพื่อไม่ให้หนี

           “วาดแปลนสิ่งนั่นให้ผมด้วยได้ไหม...” มารหนุ่มบอก เคล้าช์ที่ได้ยินก็กดปุ่ม พลันกระดาษและถ่านเขียนภาพก็เด้งขึ้นมาใกล้ตัวเด็กสาว

          “อย่าตอแหลว่าจำไม่ได้ล่ะ” เคล้าช์พูดพลางหยิบกระดาษอีกแผ่นใกล้ๆ ตัวขึ้นมาพับเล่นเป็นรูปเครื่องบิน “ขอละเอียดแบบเอาไปจดสิทธิบัตรได้เลยจะดีมาก”

           “รู้แล้วๆ “ ไอริสพูดพลางเริ่มร่างเส้น

           เรย์ที่ยืนดูอยู่ รู้สึกทึ่งทันทีในความสามารถของเด็กหญิงคนนี้ เธอวาดเส้นอย่างละเอียด เขียนระบุวัตถุดิบต่างๆ ด้วยภาษาเยอรมัน ฝรั่งเศส และกรีกโบราณอย่างคล่องมือ พร้อมกับกำหนดเส้นอย่างแม่นยำโดยไม่ต้องใช้ไม้บรรทัดใดๆ

         เมื่อเสร็จเด็กสาวก็แปะกระดาษนั่นบนกระจกให้มารหนุ่มกับเคล้าช์ดู

           “เธอบ้าไปแล้วเหรอ” เคล้าช์พูดหลังจากดูแปลนทั้งหมด

            “ก็ค่าตอบแทนมันสูง อีกอย่างของนี่ใช้ไม่ได้หรอกมันขาดแกนกลางของพลัง” ไอริสพูดตอบ

            มารหนุ่มได้แต่เลี่ยงสายตาครุ่นคิด หลังมองเห็น

             “มันอะไรกัน” เรย์ถามทันทีเพราะดูเหมือนเธอจะเป็นคนเดียวในห้องที่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร

             “ถ้าใช้ได้จริง มันก็คือหายนะ พูดสั้นๆ แค่นี้ก็น่าจะพอแล้ว” เคล้าช์พูดปิดการสนทนา ก่อนจะกดปลดล็อคกรงกระจก

              มารหนุ่มหันกลับไปมองไอริสด้วยดวงตาสีแดง

              นั่นทำเอาท่าทีอวดดีของเด็กสาวเริ่มเปลี่ยนไป เธอยกมือทำทีเหมือนขอโทษ และไม่กล้าก้าวออกมาจากกรงกระจกของเคล้าช์ เสียแล้ว

               “เขียนวิธีปิดมันในกระดาษแล้วส่งให้ผม เธอก็ไปจากแผ่นดินนี้ได้แล้ว”

                เด็กน้อยพยักหน้า พลางพลิกกระดาษแล้วเขียนสูตรมากมายหลังกระดาษอย่างรีบลน

              

Comment

Comment:

Tweet

สนุกมากค่ะ

#1 By (211.19.224.135|211.19.224.135) on 2014-01-18 01:16