เพราะไอเดียคนไทย มันราคาถูก
posted on 07 Feb 2011 14:57 by theevilaspire in attentionแรกสุดอยากเขียน หัวข้อเกี่ยวกับ “สงครามและมนุษย์” ทว่าเกิดเหตุการณ์แบบนี้
เขียนไปได้ดราม่า แน่นอนครับ อ่านกันไปพลางเส้นเลือดในสมองโป่งเปล่าๆ
ระหว่างนั่งอ่านเอนทรี่ต่างๆ เห็น กระทู้ของคุณ MEISANMUI
http://meisan.exteen.com/20110207/entry
ที่เป็นนักวาด อยู่ สื่อความทุกข์ยากของเหล่า นักวาดได้ ดีจริงๆ T_____T
จึงทำให้นึกเรื่องออกอยู่เรื่องหนึ่ง

ช่วงสองสามวันมานี้
ผมได้ฟัง บทสนทนาของเพื่อนๆ กันบอกว่า อาศัยอยู่กับนักแต่งเพลง
เราเลยถามเขาว่า นักแต่งเพลงคนนั้นรายได้ดีไหม(แต่งเพลงลูกทุ่ง)
เขาบอกว่าได้เพลงละ สองหมื่น
ซึ่งน้อยมากนะ สำหรับความคิดผม ไม่ได้เทียบกับชื่อเสียง
แต่เทียบว่าไอเดียกว่าจะขบคิดออกมาได้ต้องใช้เวลามาก
เลยไปค้น เรื่องการจ้างเขียนบทละคร จาก พี่ Google เจอบล็อกนี้เข้า
http://www.oknation.net/blog/WRITE/2010/02/07/entry-1
“บทละครโทรทัศน์ปัจจุบัน อัตราต่อ 1 ชั่วโมง มีสนนราคาค่าจัดจ้างอยู่ที่ 5000-20000 บาท
(ขึ้นกับประสบการณ์และแรงเสน่หา) จำนวนหน้าที่เขียน คือ 15-20 หน้า (กระดาษเอ4 ฟ้อนท์ 16)
คนเขียนบทมีทั้งแบบพนักงานประจำและทำงานอิสระ ( freelance) ซึ่ง แบบหลังมีจำนวนมากกว่า”
สรุปคือ รายได้แบบนี้อยู่ในเมืองหลวงได้ยากพอตัวนะครับ
ผมว่า อาชีพเขียนบท รายได้จะดีกว่าเขียนหนังสือขายซะอีก แต่กดดันมากๆ อย่างที่บล๊อคนี้เขาบอกนั่นแหละครับ
เพราะมีแฟนนิยายหรือละครเหล่านั้นคอยจับผิดและ ลากไปเผากลางเวปบอร์ดหากทำไม่ดี ไม่ตรงกับบทประพันธ์ ทำให้ บทละครเสียหาย...
สำหรับนักเขียนยิ่งแล้วใหญ่
ผมเคยคุยกับบก สมัยนั้น ให้ผม 10% จากยอดขาย จ่ายตอนหนังสือขายหมด
อะไรแบบนั้นเลย ผมเคยเจอของค่ายนึงเสนอซื้อตัดผมไป 3 หมื่นด้วย
(นานมาแล้ว ผมไม่ได้ตกลง) ตอนนั้นรู้ดีผลงานเราอ่อนด้อย ออกไปก็ไม่พ้นรองขาตู้
นิยายเขียนกันครึ่งปี ทำเงินได้ 3 หมื่นนี่ ฟังแล้วเศร้าเหมือนกันนะครับ
นักเขียนเป็นหนทางที่ลำบาก ต้องทำอาชีพอื่นเสริม ผมเองอยากเป็นนักเขียนมากๆ
แต่ก็คงไม่รอขนมตกจากฟ้า ทุกวันนี้ก็ขีดๆ เขียนๆ อยู่บ้าง คาดหวังจะได้รวมเล่มกับเขา
ผมเองก็เป็นแค่นักเขียนไม่ได้
เพราะงานเขียนอย่างเดียวไม่สามารถพยุงรายได้ ได้มากนัก
สรุปคือ ผมเอง คงต้องทำอาชีพอย่างอื่นไปด้วย
ต่างจากนักเขียนในประเทศที่เจริญแล้ว.... ที่อยู่ได้โดยการเขียนอย่างเดียว
(อย่านับพวกนักเขียนดังมากๆ นะครับ ผมขอร้อง) แน่นอนรายได้อาจจะไม่ได้ดีไปกว่าอาชีพอย่าง หมอฟัน ศัลยแพทย์ หรือนักกฎหมาย แต่ก็อยู่ในสังคมเขาได้แล้วกัน ไม่ใช่อยู่อย่างย่ำแย่แบบบ้านเรา

แบบ ไซโคชูจิน ใน bakuman แค่เป็นนักเขียนก็หาห้องเช่าได้สบายๆ เลย ^w^
สิ่งนี้ทำให้ผมคิดได้ว่า
ทุกวันนี้ที่เราบ่นว่า หนังเรา เพลงเรา สื่อบันเทิงเราไม่ดี
เป็นเพราะเราจ่ายเงิน ให้กับ “ความคิดสร้างสรรค์”
น้อยไปหรือเปล่า ?
ในแง่ ผู้ประกอบการณ์ก็คงเข้าใจ
เรามีงบจำกัด สำหรับนักคิด คนเขียนบท คนคิดบทละคร
แค่
เรามีงบเยอะแยะ สำหรับดารา นักร้อง
มีงบสำหรับ จ่ายเพื่อความสะดวกในการดำเนินงาน
และมีงบ สำหรับการประชาสัมพันธ์ด้วย
ผมเข้าใจพวกคุณดี แต่ผมแค่แอบน้อยใจ....ได้ป่ะ
คำว่า
นักเขียนไส้แห้ง
นักวาดไส้แห้ง
นักแต่งเพลงไส้แห้ง
นักเขียนการ์ตูนไส้แห้ง
ถึงผูกติดกับสังคมไทยจนแยกไม่ออก
เราให้เงินกับผู้คิด ผู้สร้างสรรค์ น้อยมาก และจ่ายเงินแพงลิบลิ่วเพื่อซื้อของสำเร็จจากต่างชาติ
จึงไม่แปลกที่เพลงเกาหลี การ์ตูนญี่ปุ่น หนังเกาหลี ญี่ปุ่น ฝรั่ง
อยู่เต็มประเทศเรา
ในขณะที่หนังไทยมี หนังดีๆ อยู่เล็กน้อย ของบางค่าย
นอกนั้นก็ผลิต “ผี ตลก หยาบคาย กระเทย” ออกมาเพราะว่ามันขายได้
ถึงผมชอบฟังเพลงญี่ปุ่น ชอบดู การ์ตูนมากๆ ก็จริง
แต่ผมก็ไม่ได้รังเกียจเพลงไทยหรือหนังไทยหรอกนะ

"เชื่อผมสิ ผมเอา คอเล็กชั่น เกมประจำสัปดาห์นี้เป็นเดิมพันเลย.....
ผมไม่เกลียดหนังไทยหรอก เรื่องสุดท้ายที่ดูโรงคือเรื่อง สายลับจับบ้านเล็กเชียวนะ ทันสมัยมักๆ..."
เรายัง ขาดความสำนึกเรื่องลิขสิทธิ์อยู่มาก
แน่นอนรวมผมด้วย แต่ก็เข้าใจ เพราะลิขสิทธิ์มันแพง
ผมเองช่วงนี้เล่นเกมแท้ๆ หมดแล้ว แต่ก็หมดเงินไปเยอะ T______T
ทว่า PC ก็เป็นของก๊อบเหมือนเดิม ได้แต่ทอดถอนใจอะนะ ถ้ารวยๆ จะซื้อของแท้
แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น
เหมือนเราให้ความสำคัญกับ ผู้คิดสิ่งใหม่ๆ น้อย
กฎหมายเกี่ยวกับลิขสิทธิ์เราก็ล้าหลัง
มีคำถามสำหรับน้องๆ ที่ศึกษากฎหมายเยอะมากว่า
“พี่ ถ้า บก สำนักพิมพ์ หรือ หนังสือต่างๆ เค้าเอางานเราไปตบแต่งแล้วขาย จะฟ้องเค้าไง”
“พี่ หนังสือเนี่ย เอารูปที่ผมถ่ายไปลง เอง ไม่ให้เงินผม ผมจะทำไง”
"พี่ ผมเจอหนังสือเกมส์ ก๊อบงานวาดผมไปลงประกอบ ผมทำไงดีพี่"
เราก็อยากบอกว่า มันมีวิธีของมันแหละน้องไปฟ้องเอา
พี่ยังสอบตั๋วทนายไม่ผ่านเลยอย่าถามมากได้ไหม...
จริงๆ ชนะคดีน้อยครับ โวยวายทีก็จ่ายตังค์ที ใครเป็นเจ้าของผลงานไม่เห็นก็ดีไป
ข่าวการขโมยรูปนักวาดไป ทำนู่นทำนี่เยอะมาก บ้างก็บอกก๊อบจาก Internet
ไปแอบอ้างเป็นผลงานตัวเองก็มี พิมพ์หารายได้เข้ากระเป๋าก็มี
การทำแบบนี้ก็ไม่ต่างจากการขโมยดีๆ นี่เอง
แต่คนพวกนี้ก็ไร้สำนึกครับ บอกไปไงๆ พวกเขาเหล่านั้นก็ไม่เข้าใจหรอก
เหมือนสอนภาษานก ให้กับงู และสอนภาษางูให้กับนก นั่นแหละ....

ท้ายนี้
ความเห็นจากทุกคนทั้งดีไม่ดีก็ถือว่ามีคุณค่า
คนเรามีทั้งชอบและไม่ชอบ
ตัวละครจากนิยายผม คิดจะสะกดจิตคนทั้งโลกให้เชื่อฟังเขา
คิดเหมือนเขา เพื่อให้คนเลิกขัดแย้งกัน และอยู่กันด้วยสันติ
แต่ในโลกความจริงก็คงเป็นไปไม่ได้
เพราะฉะนั้น
หากผมทำอะไรให้ท่านที่เปิดมาขุ่นข้องหมองใจ
ไม่ชอบที่ผมทำอะไร
ก็ขอโทษไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะครับ


#51 By พอกลอน ซาเสียง on 2011-02-08 16:55